เมโสหน้าใส / สกินบูสเตอร์ (Meso / Skin Booster)
เติมวิตามินและกรดไฮยาลูรอนิกเข้าสู่ผิวชั้นตื้น เพื่อความชุ่มชื้น ผิวฉ่ำกระจ่างใส และฟื้นฟูผิว มีหลายโปรแกรมให้เลือก ฉีดด้วยเครื่อง Hycoox หัวฉีดขนาดเล็ก เจ็บน้อย ประเมินและทำโดยแพทย์
เริ่มต้น ฿1,499
ระยะเวลาทำ
30–45 นาที
การพักฟื้น
พักฟื้นน้อย
เริ่มเห็นผล
ค่อย ๆ เห็นผล
แนะนำ
ทำเป็นคอร์ส
เคสจริง
ผลลัพธ์ก่อน–หลัง
เคสจริงจากผู้รับบริการ · ดูแลและทำโดยแพทย์
-
ก่อน
หลัง Juvelook · เคสที่ 1 -
ก่อน
หลัง Juvelook · เคสที่ 2 -
ก่อน
หลัง Juvelook · เคสที่ 3 -
ก่อน
หลัง Glossy DNA · เคสที่ 4 -
ก่อน
หลัง Reju Aura · เคสที่ 5 -
ก่อน
หลัง Reju Acne · เคสที่ 6 -
ก่อน
หลัง Reju Glow · เคสที่ 7
* ภาพก่อน–หลังเป็นเคสจริงของผู้รับบริการที่ได้รับความยินยอมให้เผยแพร่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและอาจแตกต่างกัน
เมโสหน้าใส (Mesotherapy) และสกินบูสเตอร์ (Skin Booster) คือการนำสารบำรุง วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไฮยาลูรอนิกเข้าสู่ผิวชั้นตื้นโดยตรง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูฉ่ำกระจ่างใส และฟื้นฟูสุขภาพผิว จากภายใน มีหลายโปรแกรมให้เลือกตามสภาพผิว ทำเป็นคอร์สต่อเนื่องเพื่อผลที่ดีขึ้น ไม่ต้องพักฟื้นนาน ที่ Onnyx Clinic สามารถเลือกฉีดด้วยเครื่อง Hycoox ที่มีหัวฉีดขนาดเล็ก กระจายตัวยาได้ดีและเจ็บน้อย ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เมโสหน้าใส คืออะไร
เมโสหน้าใสคือการฉีดสารบำรุงผสมที่ออกแบบเฉพาะลงในชั้นผิวตื้น ๆ จุดเด่นคือ “ปรับส่วนผสมได้” แพทย์สามารถ เลือกส่วนผสม เช่น วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส ให้ตรงกับปัญหาผิวของแต่ละคน จึงเหมาะกับการดูแลปัญหาผิวที่เจาะจง เช่น ผิวหมองคล้ำ ขาดความสดใส หรือต้องการบำรุงเฉพาะจุด
สกินบูสเตอร์ คืออะไร
สกินบูสเตอร์คือการเติมกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ชนิดที่ออกแบบมาเพื่อเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ชั้นผิว จุดเด่นคือช่วยกักเก็บน้ำในผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ เนียน ฉ่ำโกลว์ และดูสุขภาพดีขึ้นจากภายใน เน้นเรื่อง ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวเป็นหลัก นิยมทำเป็นคอร์สต่อเนื่องเพื่อให้ผิวค่อย ๆ ปรับสภาพ
เมโส กับ สกินบูสเตอร์ ต่างกันยังไง
ทั้งสองเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิวเหมือนกัน แต่เน้นคนละจุด หลายคนทำร่วมหรือสลับกันเพื่อดูแลผิวให้ครอบคลุม:
| เมโสหน้าใส | สกินบูสเตอร์ | |
|---|---|---|
| สารหลัก | สารผสมปรับส่วนผสมได้ เช่น วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ | กรดไฮยาลูรอนิก |
| เป้าหมายหลัก | ดูแลปัญหาผิวเฉพาะ เช่น ความกระจ่างใส ผิวหมองคล้ำ | เติมความชุ่มชื้น ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์ |
| ความยืดหยุ่นของโปรแกรม | ปรับได้ตามปัญหาผิวรายบุคคล | ค่อนข้างคงที่ |
| เหมาะกับ | ผิวหมองคล้ำ อยากกระจ่างใส บำรุงเฉพาะจุด | ผิวแห้ง ขาดน้ำ อยากผิวฉ่ำน้ำ |
แพทย์จะช่วยแนะนำว่าแบบไหนหรือโปรแกรมใดเหมาะกับผิวคุณในวันปรึกษา
เมโสหน้าใสและสกินบูสเตอร์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- เพิ่มความชุ่มชื้น — ดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำ ให้ผิวอิ่มฟูชุ่มชื้นขึ้น
- ผิวฉ่ำกระจ่างใส (Glow) — ลดความหมองคล้ำ ให้ผิวดูสว่างสุขภาพดี
- ดูแลรูขุมขนกว้าง — ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับขึ้น
- ฟื้นฟูผิวโทรม — ผิวอ่อนล้า พักผ่อนน้อย หรือถูกแสงแดดทำร้าย
- ดูแลผิวเป็นสิว — ปรับสภาพผิวด้วยโปรแกรมเฉพาะ (เช่น โปรแกรม Reju Acne)
เมโสหน้าใสเหมาะกับใคร
เหมาะกับ ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือผิวโทรมดูไม่สดใส ผู้ที่ต้องการผิวฉ่ำกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น ผู้ที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง รวมถึงผู้ที่ต้องการเตรียมผิวให้ดูดีก่อนโอกาสสำคัญ
ควรแจ้งแพทย์หรือเลี่ยง ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือผื่นอักเสบบริเวณที่จะทำ ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของสารที่ใช้ แพทย์จะซักประวัติและประเมิน ความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง
โปรแกรมเมโสและสกินบูสเตอร์ที่ Onnyx Clinic
เราคัดเลือกโปรแกรมหลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายที่ต่างกัน แพทย์จะช่วยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ หลังประเมินสภาพผิว ดูตัวเลือกและราคาได้ในตารางราคา:
| โปรแกรม | เหมาะกับ |
|---|---|
| โปรแกรม Reju Aura | เน้นความกระจ่างใส ผิวดูสว่างสุขภาพดี |
| โปรแกรม Reju Glow | ผิวฉ่ำโกลว์ ดูเปล่งปลั่งสดใส |
| โปรแกรม Reju Acne | ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวที่มีปัญหาสิว |
| โปรแกรม VIP | โปรแกรมบำรุงเข้มข้นสำหรับผิวที่ต้องการดูแลรอบด้าน |
| โปรแกรม Glossy DNA | ฟื้นฟูผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน |
| โปรแกรม Glossy Double DNA | ฟื้นฟูผิวเชิงลึกแบบเข้มข้น (Polynucleotide + HA) |
| โปรแกรม Vitaran | เติมความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นด้วยไฮยาลูรอนิก |
เมโสหน้าใสทำงานอย่างไร
แทนที่จะทาบนผิวแล้วรอให้ซึม เมโสและสกินบูสเตอร์เป็นการนำสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นตื้นโดยตรงผ่านเข็มขนาดเล็ก สารบำรุง วิตามิน และไฮยาลูรอนิกจึงไปถึงชั้นผิวที่ต้องการได้อย่างตรงจุด ช่วยกักเก็บน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นให้ผิวดูสดใสขึ้น ผลจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องตามรอบที่แพทย์แนะนำ
แพทย์อาจใช้เทคนิคที่ต่างกันตามสภาพผิวและโปรแกรมที่เลือก เช่น การฉีดเป็นจุดกระจายทั่วบริเวณ หรือฉีดด้วย เครื่อง Hycoox เพื่อกระจายสารบำรุงให้สม่ำเสมอ แพทย์จะเลือกวิธีและความลึกที่เหมาะกับผิวคุณ
ฉีดเมโสด้วยเครื่อง Hycoox ที่ Onnyx Clinic
ที่ Onnyx Clinic สามารถเลือกฉีดเมโสและสกินบูสเตอร์ด้วย เครื่อง Hycoox ซึ่งเป็นเครื่องช่วยฉีดที่มี หัวฉีดขนาดเล็ก ช่วยกระจายตัวยาในชั้นผิวได้สม่ำเสมอและตรงจุด ควบคุมปริมาณต่อจุดได้แม่นยำ และช่วยให้เจ็บน้อยกว่าการฉีดทั่วไป เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บหรือต้องการให้สารบำรุงกระจายทั่วถึง แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีฉีดที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละท่าน
เมโสหน้าใส ต่างจากการทาสกินแคร์อย่างไร
ครีมหรือเซรั่มที่ทาบนผิวต้องอาศัยการซึมผ่านชั้นนอกสุดของผิว ทำให้สารบำรุงไปถึงชั้นที่ต้องการได้จำกัด ส่วนเมโสและสกินบูสเตอร์นำสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นตื้นโดยตรง จึงตรงจุดและช่วยเสริมการดูแลผิวที่บ้าน ทั้งนี้การทาสกินแคร์อย่างสม่ำเสมอยังคงสำคัญ และทำงานร่วมกับการทำหัตถการได้ดี ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฉีดเมโสหน้าใสและสกินบูสเตอร์บริเวณไหนได้บ้าง
นอกจากใบหน้าโดยรวมแล้ว แพทย์ยังสามารถดูแลเฉพาะจุดที่กังวลได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินและโปรแกรมที่เหมาะสม:
| บริเวณ | ดูแลเรื่อง |
|---|---|
| ใบหน้าโดยรวม | ความชุ่มชื้น ความกระจ่างใส ผิวฉ่ำโกลว์ |
| รอบดวงตา | ผิวบางบริเวณใต้ตาที่ดูโทรมหรือขาดน้ำ |
| ลำคอและลำคอด้านหลัง | ผิวคอที่ดูแห้งหรือมีริ้วเล็ก ๆ |
| หลังมือ | ผิวมือที่ดูแห้งและขาดความอิ่มน้ำ |
แพทย์จะแนะนำบริเวณและโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณในวันปรึกษา
ขั้นตอนการดูแลที่ Onnyx Clinic
- ปรึกษาและประเมินสภาพผิว — แพทย์พูดคุยเป้าหมายและตรวจประเมินปัญหาผิวของคุณ
- เลือกโปรแกรมและวางแผนคอร์ส — กำหนดโปรแกรมและจำนวนครั้งที่เหมาะกับปัญหาผิวเฉพาะบุคคล
- ทำหัตถการโดยแพทย์ — ทำความสะอาดผิว อาจทาครีมชา แล้วนำสารบำรุงเข้าสู่ผิวอย่างนุ่มนวล
- ดูแลหลังทำและนัดติดตาม — ให้คำแนะนำการดูแลผิวและนัดทำรอบถัดไปตามแผน
เมโสหน้าใสกี่ครั้งเห็นผล และต้องทำบ่อยแค่ไหน
ผิวมักดูชุ่มชื้นและสดใสขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ และเห็นผลชัดขึ้นเมื่อทำเป็นคอร์สต่อเนื่อง โดยทั่วไป แนะนำทำเป็นคอร์สแล้วดูแลซ้ำเป็นระยะ ทั้งนี้แผนจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์:
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| ช่วงคอร์สเริ่มต้น | มักทำราว 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2–4 สัปดาห์ |
| หลังจบคอร์ส | ผิวค่อย ๆ ดูชุ่มชื้นและสดใสขึ้นชัดเจน |
| ดูแลต่อเนื่อง | ดูแลซ้ำเป็นระยะตามที่แพทย์แนะนำเพื่อรักษาสภาพผิว |
การทำต่อเนื่องและการดูแลผิวที่บ้านอย่างสม่ำเสมอมีผลต่อผลลัพธ์ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์เมโสหน้าใสอยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์เป็นแบบค่อย ๆ จางลงตามเวลา โดยทั่วไปสภาพผิวที่ดูชุ่มชื้นและสดใสขึ้นจะไม่คงอยู่ตลอดไป ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เลือก สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และการดูแลผิวที่บ้าน หลายคนจึงทำซ้ำเป็นระยะเพื่อช่วยรักษาสภาพผิว เอาไว้ แพทย์จะช่วยวางแผนรอบที่เหมาะกับคุณ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เมโส กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร
หลายคนสับสนเพราะทั้งคู่ใช้ไฮยาลูรอนิก แต่จุดประสงค์ต่างกันชัดเจน:
| เมโส / สกินบูสเตอร์ | ฟิลเลอร์ | |
|---|---|---|
| หลักการ | เติมสารบำรุงกระจายทั่วผิวชั้นตื้น | เติมเต็มร่องและปริมาตรเป็นจุด |
| เป้าหมาย | คุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ความกระจ่างใส | ปรับรูปหน้า เติมร่องลึก เพิ่มมิติ |
| ลักษณะผล | ผิวฉ่ำ ดูสุขภาพดีขึ้นโดยรวม | เปลี่ยนรูปทรงบริเวณที่เติม |
เมโสและสกินบูสเตอร์เน้น “คุณภาพผิว” ส่วนฟิลเลอร์เน้น “รูปทรงและปริมาตร” บางครั้งแพทย์แนะนำให้ทำร่วมกัน
เมโสหน้าใสเจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม
ใช้เข็มขนาดเล็ก ความรู้สึกมักอยู่ในระดับที่รับได้ และสามารถเลือกฉีดด้วยเครื่อง Hycoox ที่มีหัวฉีดขนาดเล็ก ช่วยให้เจ็บน้อยลง แพทย์อาจทาครีมชาก่อนทำเพื่อให้สบายขึ้น โดยทั่วไป ไม่ต้องพักฟื้นนานและกลับไปใช้ชีวิตได้ อาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณที่ทำซึ่งมักยุบลงได้เองภายใน ไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน บางรายอาจมีจุดช้ำเล็กน้อยที่ดีขึ้นเองได้
เมโสหน้าใสปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
มีความปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและเทคนิคที่สะอาด ผลข้างเคียงที่พบมักเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รอยแดง บวมเล็กน้อย หรือจุดช้ำบริเวณที่ทำ ซึ่งมักดีขึ้นเองได้ ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงควรเลือก สถานพยาบาลที่ไว้ใจได้
การเตรียมตัวก่อนทำเมโสหน้าใส
- แจ้งโรคประจำตัว ยา และประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ
- งดยา/อาหารเสริมที่อาจทำให้เลือดออกง่ายตามที่แพทย์แนะนำ
- งดแอลกอฮอล์ก่อนทำ และมาในสภาพผิวที่สะอาด ไม่มีการอักเสบ
- หากเพิ่งทำเลเซอร์หรือหัตถการผิวอื่น ควรแจ้งแพทย์เพื่อเว้นระยะที่เหมาะสม
ดูแลหลังทำเมโสหน้าใส
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส ขัดถู หรือกดบริเวณที่ทำในช่วงวันแรก
- งดแต่งหน้าประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวฟื้นตัว
- ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
- งดซาวน่า ความร้อนสูง และการออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
ทำไมต้องทำเมโสหน้าใสที่ Onnyx Clinic
ประเมินสภาพผิวและทำหัตถการโดยแพทย์ มีหลายโปรแกรมให้เลือกเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน สามารถเลือกฉีด ด้วยเครื่อง Hycoox หัวฉีดขนาดเล็กที่กระจายตัวยาได้ดีและเจ็บน้อย ออกแบบคอร์สเฉพาะบุคคล ราคาโปร่งใส และดูแลก่อน-หลังอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — fda.moph.go.th
- American Academy of Dermatology — aad.org
- Employing hyaluronic acid-based mesotherapy for facial rejuvenation (PubMed) — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
ราคา
โปรแกรม Reju Aura
- 2cc
- −25% ฿2,000฿1,500
- 4cc
- −37% ฿3,999฿2,500
โปรแกรม Reju Glow
- 1 ขวด
- −63% ฿3,999฿1,499
โปรแกรม Reju Acne
- 2cc
- ฿1,500
- 5cc
- ฿2,999
โปรแกรม VIP
- 1 ขวด
- −41% ฿5,900฿3,500
โปรแกรม Glossy Double DNA
- 1 set
- −35% ฿9,999฿6,500
โปรแกรม Glossy DNA
- 2cc
- ฿3,900
- 5cc
- ฿4,900
โปรแกรม Vitaran
- 1cc
- −44% ฿7,999฿4,500
ดูราคาเต็มของแต่ละโปรแกรมหรือสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดได้ทาง LINE
คำถามที่พบบ่อย
เมโสหน้าใส กับ สกินบูสเตอร์ ต่างกันยังไง? +
เมโสเน้นปรับส่วนผสมสารบำรุงให้ตรงปัญหาผิว เช่น ความกระจ่างใสหรือผิวหมองคล้ำ ส่วนสกินบูสเตอร์เน้นเติมไฮยาลูรอนิกเพื่อความชุ่มชื้นและผิวฉ่ำน้ำ แพทย์จะช่วยเลือกแบบที่เหมาะกับผิวคุณ
เมโสหน้าใสกี่ครั้งเห็นผล? +
มักทำเป็นคอร์สราว 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2–4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและแต่ละบุคคล
เมโสหน้าใสช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง? +
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลผิวแห้งและผิวโทรม ให้ผิวดูฉ่ำกระจ่างใส และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นในเรื่องรูขุมขน
เมโส กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร? +
เมโสและสกินบูสเตอร์เน้นคุณภาพผิวและความชุ่มชื้นแบบกระจายทั่วผิวชั้นตื้น ส่วนฟิลเลอร์เน้นเติมเต็มร่องและปรับรูปทรงเป็นจุด บางครั้งแพทย์แนะนำให้ทำร่วมกัน
เมโสหน้าใสเจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม? +
ใช้เข็มขนาดเล็ก ความรู้สึกมักรับได้ และสามารถเลือกฉีดด้วยเครื่อง Hycoox ที่มีหัวฉีดขนาดเล็ก กระจายตัวยาได้ดีและเจ็บน้อยลง อาจทาครีมชาก่อนทำ โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้นนาน อาจมีรอยแดงหรือตุ่มเล็กน้อยที่มักยุบเองได้
เมโสหน้าใสมีผลข้างเคียงไหม? +
เมื่อทำโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงที่พบมักเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รอยแดง บวม หรือจุดช้ำ ซึ่งมักดีขึ้นเองได้
เมโสหน้าใสมีโปรแกรมอะไรให้เลือกบ้าง? +
มีหลายโปรแกรม เช่น โปรแกรม Reju Aura, โปรแกรม Reju Glow, โปรแกรม Reju Acne, โปรแกรม VIP, โปรแกรม Glossy DNA, โปรแกรม Glossy Double DNA และโปรแกรม Vitaran แพทย์จะแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับผิวคุณหลังประเมิน
ตั้งครรภ์หรือผิวกำลังเป็นสิวอักเสบ ทำเมโสได้ไหม? +
ควรแจ้งแพทย์หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีการอักเสบ/ติดเชื้อบริเวณที่จะทำ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและเลือกแนวทางที่ปลอดภัยก่อน
ฉีดเมโสหน้าใสบริเวณไหนได้บ้าง นอกจากใบหน้า? +
นอกจากใบหน้าโดยรวม แพทย์ยังดูแลเฉพาะจุดได้ เช่น รอบดวงตา ลำคอ และหลังมือ ขึ้นอยู่กับการประเมินและสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์เมโสหน้าใส/สกินบูสเตอร์อยู่ได้นานแค่ไหน? +
ผลลัพธ์เป็นแบบค่อย ๆ จางลงตามเวลา ไม่คงอยู่ตลอดไป ระยะเวลาขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เลือก สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และการดูแลที่บ้าน หลายคนจึงทำซ้ำเป็นระยะตามที่แพทย์แนะนำเพื่อช่วยรักษาสภาพผิว
เมโสหน้าใสต่างจากการทาครีม/เซรั่มอย่างไร? +
ครีมและเซรั่มต้องอาศัยการซึมผ่านชั้นนอกของผิว ส่วนเมโสนำสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นตื้นโดยตรงจึงตรงจุดกว่า ทั้งสองทำงานร่วมกันได้ การทาสกินแคร์สม่ำเสมอยังคงสำคัญต่อการดูแลผิวที่บ้าน