ฟิลเลอร์ (Filler)
เติมเต็มร่องลึก เพิ่มมิติ และปรับรูปหน้าให้สมดุล ด้วยฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก (HA) ที่ผ่าน อย. ฉีดและประเมินโดยแพทย์
เริ่มต้น ฿3,900
ระยะเวลาทำ
30–45 นาที
การพักฟื้น
พักฟื้นน้อย
เริ่มเห็นผล
เห็นได้ทันที
อยู่ได้นาน
6–18 เดือน
เคสจริง
ผลลัพธ์ก่อน–หลัง
เคสจริงจากผู้รับบริการ · ดูแลและทำโดยแพทย์
-
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปาก · เคสที่ 1 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปาก · เคสที่ 2 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปาก · เคสที่ 3 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปาก · เคสที่ 4 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปาก · เคสที่ 5 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปาก · เคสที่ 6 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์คาง · เคสที่ 7 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า · เคสที่ 8 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า · เคสที่ 9 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า · เคสที่ 10 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า · เคสที่ 11 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า · เคสที่ 12 -
ก่อน
หลัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า · เคสที่ 13
* ภาพก่อน–หลังเป็นเคสจริงของผู้รับบริการที่ได้รับความยินยอมให้เผยแพร่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและอาจแตกต่างกัน
ฟิลเลอร์ (Filler) คือการเติมกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติ เข้าสู่ชั้นผิวเพื่อเติมเต็มร่องลึก เพิ่มมิติ และปรับรูปหน้าให้สมดุลขึ้น นิยมทำที่ร่องแก้ม ใต้ตา ริมฝีปาก คาง และขมับ โดยทั่วไปเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังทำ เข้าที่ใน 1–2 สัปดาห์ และอยู่ได้ราว 6–18 เดือน ฉีดและประเมินโดยแพทย์ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
ฟิลเลอร์ HA ทำหน้าที่เติมปริมาตรในจุดที่ยุบหรือเป็นร่อง และช่วยปรับโครงหน้าให้ได้สัดส่วนโดยไม่ต้องผ่าตัด:
- เติมเต็มร่องลึก — ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก (มุมปากถึงคาง) และร่องใต้ตาที่ดูคล้ำเป็นแอ่ง
- เพิ่มมิติและความอิ่ม — ริมฝีปากและคาง ให้ใบหน้าดูมีมิติขึ้น
- ปรับรูปหน้าให้สมดุล — เติมขมับ/หน้าผากที่ยุบ ปรับกรอบหน้าและคางให้ได้สัดส่วน
- เติมความเต่งตึงผิว — เติมจุดที่ผิวเริ่มหย่อนหรือสูญเสียปริมาตรตามวัย
ฟิลเลอร์ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
แต่ละบริเวณดูแลปัญหาต่างกัน และอาจใช้ฟิลเลอร์คนละความเข้มข้น (โมเลกุล) ตามลักษณะผิวและความลึกของชั้นที่ฉีด ตารางด้านล่างเป็นภาพรวม แพทย์จะประเมินและเลือกชนิดที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละท่าน:
| บริเวณ | ปัญหาที่ดูแล |
|---|---|
| ร่องแก้ม | ร่องลึกข้างจมูก ทำให้หน้าดูโทรม/มีอายุ |
| ใต้ตา | ร่องใต้ตา ขอบตาคล้ำเป็นแอ่ง ดูโทรม |
| ริมฝีปาก | ปากบาง ขอบปากไม่ชัด ต้องการเพิ่มความอิ่ม |
| คาง | คางสั้น/ถอย ปรับกรอบหน้าด้านล่างให้ได้รูป |
| ขมับ / หน้าผาก | ขมับตอบ หน้าผากแบน ทำให้หน้าดูโหล |
| ร่องน้ำหมาก | ร่องมุมปากถึงคาง ที่ทำให้ดูปากคว่ำ |
ฟิลเลอร์ปาก (ฉีดปาก) ดูแลอะไร
ฟิลเลอร์ปากช่วยเพิ่มความอิ่ม ปรับรูปทรงและขอบปากให้ชัดขึ้น เหมาะกับผู้ที่ปากบางหรือต้องการให้ปากดูได้สัดส่วน แพทย์จะเลือกฟิลเลอร์เนื้อที่เหมาะกับริมฝีปากและออกแบบปริมาณให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงเกินจริง โดยทั่วไป มีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรกและเข้าที่ภายใน 1–2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์ใต้ตา ดูแลอะไร
ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเติมร่องใต้ตาที่เป็นแอ่ง ทำให้ดูสดใสและโทรมน้อยลง เป็นบริเวณที่ผิวบางและละเอียดอ่อน จึงควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น มักเลือกฟิลเลอร์เนื้อนุ่มและปริมาณที่พอดี เพื่อลดโอกาสบวมหรือเป็นก้อน แพทย์จะประเมินสาเหตุของความคล้ำใต้ตาก่อน เพราะบางกรณีอาจเกิดจากเม็ดสีหรือถุงไขมัน ซึ่งฟิลเลอร์อาจไม่ใช่คำตอบ
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ดูแลอะไร
ร่องแก้มเป็นร่องที่พาดจากปีกจมูกลงมาข้างมุมปาก ยิ่งลึกยิ่งทำให้ใบหน้าดูมีอายุและดูโทรม ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่อง ให้ตื้นขึ้นและทำให้แก้มดูอิ่มได้สัดส่วน บางครั้งแพทย์อาจเลือกเติมที่โหนกแก้มร่วมด้วยเพื่อยกเนื้อด้านบน แทนการอัดที่ร่องโดยตรง ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์คาง ขมับ และหน้าผาก ปรับรูปหน้าอย่างไร
การเติมฟิลเลอร์ที่คางช่วยปรับกรอบหน้าด้านล่างให้ดูเรียวยาวและได้สัดส่วน เหมาะกับผู้ที่คางสั้นหรือถอย ส่วนการเติมขมับและหน้าผากที่ยุบช่วยลดลักษณะหน้าโหลและทำให้โครงหน้าดูเต็มสมดุลขึ้น บริเวณเหล่านี้ มักใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่ออกแบบมาเพื่อพยุงโครงหน้า แพทย์จะวางแผนทั้งใบหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืน
ฟิลเลอร์ใช้กี่ซีซี (cc) ต่อจุด
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับบริเวณ ความลึกของร่อง โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี ตารางด้านล่างเป็นช่วงปริมาณโดยทั่วไปเพื่อให้เห็นภาพ แพทย์จะประเมินและกำหนดปริมาณที่พอดีให้เฉพาะบุคคลในวันปรึกษา และบางท่านอาจเริ่มทีละน้อยแล้วค่อยเติมเพิ่มได้:
| บริเวณ | ปริมาณโดยทั่วไป |
|---|---|
| ใต้ตา | ประมาณ 0.5–1 cc ต่อข้าง |
| ร่องแก้ม | เริ่มราว 0.5–1 cc ต่อข้าง |
| ริมฝีปาก | ประมาณ 1 cc |
| คาง | ประมาณ 1–2 cc |
| ขมับ | เริ่มราว 0.5–1 cc ต่อข้าง |
ฟิลเลอร์ 1 กล่องมาตรฐานมักบรรจุ 1 cc โดยทั่วไปเหมาะกับการเติมร่องที่ไม่ลึกมาก ส่วนบริเวณที่ต้องพยุงโครงหน้า หรือร่องลึกอาจใช้ปริมาณมากขึ้น ทั้งนี้ปริมาณที่ใช้และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
กลไกการทำงานของฟิลเลอร์
กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่อุ้มน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวจะเข้าไปเติมปริมาตรในจุดที่ยุบหรือเป็นร่องทันที และดึงน้ำเข้ามาช่วยให้ดูเต่งตึงขึ้น ฟิลเลอร์ HA เป็น วัสดุทางการแพทย์ (medical device) ไม่ใช่ยา และร่างกายจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป จึงต้องดูแลซ้ำเป็นรอบตามที่แพทย์แนะนำ
ฟิลเลอร์เห็นผลกี่วัน และอยู่ได้กี่ปี
ฟิลเลอร์เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังทำ และจะเข้าที่มากขึ้นเมื่อยุบบวมในช่วง 1–2 สัปดาห์ โดยทั่วไป ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกอยู่ได้ราว 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ บริเวณที่ทำ และการดูแลของแต่ละบุคคล:
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| ทันทีหลังทำ | เห็นการเปลี่ยนแปลงของปริมาตร อาจมีบวมเล็กน้อย |
| 1–2 สัปดาห์ | ยุบบวมและฟิลเลอร์เข้าที่ ดูเป็นธรรมชาติขึ้น |
| 6–18 เดือน | ฟิลเลอร์ค่อย ๆ สลายตามธรรมชาติ แนะนำดูแลซ้ำ |
บริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ริมฝีปาก มักสลายเร็วกว่าบริเวณที่ขยับน้อย เช่น คางหรือขมับ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์เจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานไหม
ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ผสมยาชาในตัว และแพทย์อาจทาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ จึงรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยขณะฉีด หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจมีบวมหรือช้ำเล็กน้อยในช่วง 1–3 วันแรกซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น ระดับความรู้สึกและการพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและแต่ละบุคคล
ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ และใครควรเลี่ยง
เหมาะกับ ผู้ที่มีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติให้ปาก คาง หรือต้องการปรับรูปหน้า ให้ได้สัดส่วนโดยไม่ผ่าตัด และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและกลับมาดูแลซ้ำได้
ควรแจ้งแพทย์หรือเลี่ยง ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีแผลบริเวณที่จะฉีด ผู้ที่มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูรอนิกหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด แพทย์จะซักประวัติและประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ที่ Onnyx Clinic
- ปรึกษาและประเมิน — แพทย์พูดคุยเป้าหมายและประเมินโครงสร้างใบหน้า
- ออกแบบการรักษา — เลือกชนิดฟิลเลอร์ ความเข้มข้น ตำแหน่ง และปริมาณเฉพาะบุคคล
- ฉีดโดยแพทย์ — ลงยาชาเฉพาะที่และฉีดอย่างพิถีพิถัน ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที
- ดูแลหลังทำ — ให้คำแนะนำการดูแลและนัดติดตามผลเมื่อฟิลเลอร์เข้าที่
ฟิลเลอร์สลายได้ไหม ถ้าไม่พอใจผล
ฟิลเลอร์ที่เป็นกรดไฮยาลูรอนิกแท้ สามารถฉีดสลายได้ ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ซึ่งช่วยให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ สลายเร็วขึ้น แพทย์จะพิจารณาใช้ในกรณีที่ผลไม่เป็นไปตามต้องการ ฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือไม่เรียบเนียน ข้อนี้เป็นข้อดีสำคัญของฟิลเลอร์ HA เพราะปรับแก้ได้ ต่างจากสารเติมเต็มชนิดอื่น (เช่น ซิลิโคนเหลวหรือฟิลเลอร์ปลอม) ที่ไม่สามารถฉีดสลายได้และมักต้องผ่าตัดออก
ฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือบวม เกิดจากอะไร กี่วันหาย
อาการบวมเล็กน้อยหรือคลำเจอเป็นไตในช่วงแรกหลังฉีดพบได้บ่อยและมักค่อย ๆ เข้าที่เมื่อฟิลเลอร์ปรับตัวกับเนื้อเยื่อ โดยทั่วไปดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์ บางบริเวณอาจใช้เวลามากกว่านั้น ก้อนที่ไม่ก่อปัญหามักนุ่ม กดไม่เจ็บ ไม่แดง และไม่ขยายใหญ่ขึ้น สาเหตุของก้อนที่ไม่พึงประสงค์มีหลายอย่าง เช่น เทคนิคการฉีด ปริมาณหรือชั้นผิวที่ฉีด การเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หากเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ แพทย์สามารถปรับแก้ หรือฉีดสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสได้ จึงควรกลับมาให้แพทย์ประเมินแทนการกด นวด หรือบีบเอง ทั้งนี้ผลลัพธ์และการเข้าที่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผลข้างเคียงที่พบได้ และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการที่พบได้ทั่วไปและมักหายเอง เช่น บวม แดง ช้ำ หรือคัดตึงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ แต่มีบางอาการที่อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น ฟิลเลอร์ไปกดหรืออุดเส้นเลือด ซึ่งต้องได้รับการดูแลโดยเร็ว:
| อาการที่พบได้ทั่วไป | สัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์ |
|---|---|
| บวม แดง ช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก | ปวดมากผิดปกติ หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ |
| คลำเจอไตนุ่ม กดไม่เจ็บ | ผิวซีด เปลี่ยนสี เป็นจ้ำม่วงหรือลายตาข่าย |
| ตึงบริเวณที่ทำในวันแรก | มองเห็นผิดปกติ ปวดตา หรือตาพร่า |
| บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือไข้ (สงสัยติดเชื้อ) |
หากมีอาการในคอลัมน์ขวา ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที การฉีดในสถานพยาบาลที่มีแพทย์ช่วยให้ประเมินและจัดการ ภาวะเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้โอกาสเกิดและความรุนแรงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์แท้ดูยังไง และการฉีดที่ปลอดภัย
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล แพทย์ และผลิตภัณฑ์ — ไม่ใช่แค่ราคา ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบ:
- ฉีดใน สถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต และทำหัตถการ โดยแพทย์
- ใช้ ฟิลเลอร์ HA ที่ผ่านการรับรองจาก อย. มีกล่อง ฉลาก และเลขทะเบียนที่ตรวจสอบได้
- ขอดูกล่องและสติกเกอร์ของผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด เพื่อยืนยันยี่ห้อและล็อต
- ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐานและสลายไม่ได้
- มีการประเมินและให้คำแนะนำการดูแลก่อน-หลังอย่างชัดเจน
ฟิลเลอร์ปลอมส่วนใหญ่เป็นสารเติมเต็มอย่างซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้และฉีดสลายไม่ได้ อาจทำให้เกิดก้อนแข็ง อักเสบเรื้อรัง เคลื่อนตัวผิดรูป หรือเนื้อเยื่อเสียหายในระยะยาว และมักต้องผ่าตัดออก นอกจากนี้ควรระวัง “ฟิลเลอร์หิ้ว” ที่แม้อาจเป็นของแท้ แต่ขาดการควบคุมการขนส่งและการเก็บรักษาที่อุณหภูมิเหมาะสม ทำให้คุณภาพและความน่าเชื่อถือลดลง การเลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์และเก็บผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานจึงสำคัญกว่าราคา
ฟิลเลอร์ กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองเป็นหัตถการฉีดที่ดูแลคนละปัญหา หลายคนใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่สมดุล:
| ฟิลเลอร์ | โบท็อกซ์ | |
|---|---|---|
| หลักการ | เติมเต็มร่องและปริมาตร | คลายกล้ามเนื้อ |
| เหมาะกับ | ร่องลึก, เพิ่มมิติ, ปรับรูปหน้า | ริ้วรอยจากการขยับ, ลดกราม |
| เห็นผล | ตั้งแต่หลังทำ เข้าที่ 1–2 สัปดาห์ | 3–7 วัน เห็นเต็มที่ราว 2 สัปดาห์ |
| อยู่ได้นาน | 6–18 เดือน | 4–6 เดือน |
ฟิลเลอร์ที่ Onnyx Clinic มียี่ห้ออะไรบ้าง
เราคัดเลือกฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกที่ผ่านการรับรองจาก อย. หลายยี่ห้อ ทั้งจากเกาหลีและยุโรป ได้แก่ Neuramis, E.P.T.Q, Restylane และ Definisse แต่ละยี่ห้อ มีเนื้อสัมผัสและความเหมาะกับแต่ละบริเวณต่างกัน ดูตัวเลือกและราคาได้ในตารางด้านล่าง และแพทย์จะช่วยแนะนำ ยี่ห้อที่เหมาะกับเป้าหมายและบริเวณที่ต้องการดูแลในวันปรึกษา
ฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่
ราคาฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ จำนวนซีซี (cc) และบริเวณที่ทำ ดูราคาต่อยี่ห้อได้ในตารางด้านล่าง ราคาโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง แพทย์จะประเมินปริมาณที่เหมาะสมและแจ้งราคาให้ชัดเจนก่อนทำเสมอ ทั้งนี้ปริมาณที่ใช้ และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
- แจ้งโรคประจำตัว ยา และประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ
- งดยา/อาหารเสริมที่อาจทำให้เลือดออกง่ายตามที่แพทย์แนะนำ
- งดแอลกอฮอล์ก่อนทำ และมาในสภาพผิวที่สะอาด ไม่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- หากมีนัดสำคัญ ควรเผื่อเวลาให้ยุบบวมประมาณ 1–2 สัปดาห์
ดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ทำในช่วง 1–2 วันแรก
- งดความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ และงดออกกำลังกายหนักประมาณ 24–48 ชั่วโมง
- อาจมีบวมหรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก ประคบเย็นเบา ๆ ได้ตามที่แพทย์แนะนำ
- งดแอลกอฮอล์ในช่วงแรก และดื่มน้ำให้เพียงพอ
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก ผิวซีดหรือเปลี่ยนสี ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ที่ Onnyx Clinic
ฉีดและประเมินโดยแพทย์ ใช้ฟิลเลอร์ HA แท้ที่ผ่าน อย. แสดงกล่องและล็อตให้ตรวจสอบได้ ออกแบบการรักษา เฉพาะบุคคล ราคาโปร่งใส และดูแลก่อน-หลังอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย ตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — fda.moph.go.th
- American Academy of Dermatology — aad.org
- U.S. Food & Drug Administration — fda.gov
ราคา
Neuramis Deep
- 1cc
- −22% ฿5,000฿3,900
- 1cc (ปาก)
- −2% ฿5,000฿4,900
- 1+1cc (ปาก+คาง)
- −20% ฿9,999฿7,999
Neuramis Volume
- 1cc
- −24% ฿5,900฿4,500
- 3cc
- −33% ฿17,700฿11,900
E.P.T.Q
- 1cc
- −14% ฿6,900฿5,900
- 1+1cc (ปาก+คาง)
- −21% ฿13,800฿10,900
- 4cc
- −21% ฿27,600฿21,900
Restylane Classic
- 1cc
- −19% ฿15,900฿12,900
Definisse Restore
- 1cc
- −11% ฿17,900฿15,900
ดูราคาเต็มของแต่ละโปรแกรมหรือสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดได้ทาง LINE
คำถามที่พบบ่อย
ฟิลเลอร์อยู่ได้กี่ปี +
โดยทั่วไปฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก (HA) อยู่ได้ราว 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ บริเวณที่ทำ และการดูแลของแต่ละบุคคล บริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ริมฝีปาก มักสลายเร็วกว่าคางหรือขมับ ร่างกายจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ จึงควรดูแลซ้ำตามที่แพทย์แนะนำ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์เจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานไหม +
ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ผสมยาชาในตัว และแพทย์อาจทาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ จึงรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยขณะฉีด หลังทำใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจมีบวมหรือช้ำเล็กน้อยในช่วง 1–3 วันแรกซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น ระดับความรู้สึกและการพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์เห็นผลกี่วัน +
เห็นการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรได้ตั้งแต่หลังทำทันที จากนั้นจะเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อยุบบวมในช่วง 1–2 สัปดาห์ ช่วงแรกอาจมีบวมหรือช้ำเล็กน้อย หากมีนัดสำคัญควรเผื่อเวลาให้ฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์สลายได้ไหม ถ้าไม่พอใจผลลัพธ์ +
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกแท้สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ที่ช่วยให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น แพทย์จะพิจารณาใช้กรณีผลไม่เป็นไปตามต้องการหรือเป็นก้อน ต่างจากสารเติมเต็มชนิดอื่นอย่างซิลิโคนเหลวหรือฟิลเลอร์ปลอมที่สลายไม่ได้และมักต้องผ่าตัดออก
ฟิลเลอร์แท้ดูยังไง +
ควรฉีดในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตโดยแพทย์ ใช้ฟิลเลอร์ HA ที่ผ่าน อย. และขอดูกล่อง ฉลาก เลขทะเบียน และล็อตของผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดเสมอ ระวังราคาที่ถูกผิดปกติซึ่งอาจเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานและสลายไม่ได้ การประเมินและคำแนะนำก่อน-หลังที่ชัดเจนเป็นสัญญาณของบริการที่ปลอดภัย
ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันอย่างไร +
ฟิลเลอร์ใช้เติมเต็มร่องและเพิ่มปริมาตร เหมาะกับร่องแก้ม ใต้ตา ปาก คาง และปรับรูปหน้า อยู่ได้ราว 6–18 เดือน ส่วนโบท็อกซ์ใช้คลายกล้ามเนื้อ เหมาะกับริ้วรอยจากการขยับและลดกราม อยู่ได้ราว 4–6 เดือน หลายคนใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่สมดุล แพทย์จะแนะนำตามปัญหาของแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์ใต้ตาทำได้ไหม ปลอดภัยหรือไม่ +
ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเติมร่องใต้ตาที่เป็นแอ่งให้ดูสดใสและโทรมน้อยลง เป็นบริเวณที่ผิวบางและละเอียดอ่อนจึงควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น มักใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มในปริมาณพอดี แพทย์จะประเมินสาเหตุของความคล้ำก่อน เพราะบางกรณีเกิดจากเม็ดสีหรือถุงไขมันที่ฟิลเลอร์อาจไม่ใช่คำตอบ
Onnyx Clinic มีฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ +
เราคัดเลือกฟิลเลอร์ HA ที่ผ่าน อย. หลายยี่ห้อ ได้แก่ Neuramis, E.P.T.Q, Restylane และ Definisse ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อ จำนวนซีซี และบริเวณที่ทำ ดูราคาต่อยี่ห้อได้ในตารางราคา แพทย์จะประเมินปริมาณที่เหมาะสมและแจ้งราคาชัดเจนก่อนทำเสมอ
ฉีดฟิลเลอร์ใช้กี่ซีซี (cc)? +
ขึ้นอยู่กับบริเวณและเป้าหมาย โดยทั่วไปใต้ตา ร่องแก้ม หรือขมับเริ่มราว 0.5–1 cc ต่อข้าง ปากประมาณ 1 cc และคางประมาณ 1–2 cc ฟิลเลอร์ 1 กล่องมาตรฐานมักบรรจุ 1 cc แพทย์จะประเมินปริมาณที่พอดีให้เฉพาะบุคคล ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี ทั้งนี้ปริมาณและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน อันตรายไหม กี่วันหาย? +
อาการบวมหรือคลำเจอเป็นไตนุ่ม กดไม่เจ็บในช่วงแรกพบได้บ่อยและมักเข้าที่ภายในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์ หากเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ แพทย์ปรับแก้หรือฉีดสลายได้ ควรกลับมาให้แพทย์ประเมินแทนการกดหรือนวดเอง และรีบพบแพทย์หากมีก้อนแดง ปวด หรือบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล