ตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) คืออะไร เหมาะกับหลุมสิวแบบไหน
ตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) คืออะไร เหมาะกับหลุมสิว rolling อย่างไร สรุปขั้นตอน ระยะพักฟื้น จำนวนครั้ง และเหตุผลที่มักทำร่วมกับเลเซอร์ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ตัดพังผืดหลุมสิว หรือ Subcision คือหัตถการที่แพทย์สอดเข็มหรือ cannula เข้าไปใต้รอยหลุม เพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวลงไปด้านล่าง เมื่อพังผืดถูกปลด ผิวที่เคยถูกดึงจึงยกตัวขึ้น และเลือดกับน้ำเหลืองที่เข้ามาแทนที่ในโพรงจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับหลุมแบบ rolling เป็นหลัก ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Subcision หรือการตัดพังผืดหลุมสิว คืออะไร
Subcision (subcutaneous incisionless surgery) คือหัตถการทางผิวหนังขนาดเล็กที่ใช้เข็มหรือ cannula สอดเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อ “ตัด” แถบพังผืด (fibrotic strands) ที่ยึดก้นหลุมสิวไว้กับเนื้อเยื่อชั้นล่าง เทคนิคนี้ถูกอธิบายไว้ตั้งแต่ปี 1995 และยังคงเป็นวิธีมาตรฐานสำหรับหลุมสิวชนิดที่ถูกดึงรั้ง
กลไกมีสองส่วนที่ทำงานพร้อมกัน ส่วนแรกคือการปลดแรงดึง เมื่อพังผืดถูกตัด ผิวที่เคยถูกยึดลงไปจะยกตัวขึ้นมาใกล้เคียงกับผิวรอบข้าง ส่วนที่สองคือกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย ข้อมูลจาก DermNet อธิบายว่าการปลดพังผืดร่วมกับการสะสมคอลลาเจนใหม่ระหว่างการหายของแผล คือสิ่งที่ทำให้รูปลักษณ์ของหลุมดีขึ้น โดยเลือดและน้ำเหลืองที่เข้ามาเติมในโพรงทำหน้าที่เป็นโครงร่างชั่วคราวให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันงอกขึ้นมาแทนที่ นี่คือจุดที่ต่างจากเลเซอร์ซึ่งทำงานกับพื้นผิวและหนังแท้ส่วนบน ตราบใดที่แรงดึงใต้ผิวยังอยู่ การกระตุ้นคอลลาเจนชั้นบนอย่างเดียวจึงมักได้ผลจำกัด
หลุมสิวแบบไหนที่ตอบสนองต่อ Subcision
หลุมแบบ rolling ตอบสนองได้ชัดเจนกว่าชนิดอื่น เพราะเกิดจากพังผืดดึงรั้งโดยตรง ส่วน boxcar ตอบสนองได้บางส่วน และ ice pick มักตอบสนองได้ไม่ดี หากยังไม่แน่ใจว่าหลุมของตัวเองเป็นชนิดใด อ่านคำอธิบายชนิดหลุมสิวได้ที่ รักษาหลุมสิว วิธีไหนดี
- Rolling — หลุมตื้นขอบลาดที่ทำให้ผิวดูเป็นคลื่น เกิดจากพังผืดใต้ผิวดึงรั้งผิวด้านบนลงไป จึงตรงกับกลไกของ Subcision โดยตรง บทความทบทวนใน The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology ระบุว่ามีการประเมินการดีขึ้นราว 50–60 เปอร์เซ็นต์โดยผู้วิจัย และราว 51 เปอร์เซ็นต์โดยผู้เข้ารับการรักษา
- Boxcar — หลุมขอบชัน ก้นแบน ชนิดที่ยัง “ยืดออกได้” คือตื้นขึ้นเมื่อดึงผิวสองข้างให้ตึง มักถือเป็นกรณีที่พอทำได้ ส่วนชนิดที่ลึกและขอบคมมักต้องอาศัยเลเซอร์ร่วมด้วย
- Ice pick — หลุมลึกแคบคล้ายรูเข็ม DermNet ระบุว่าไม่ใช่ข้อบ่งชี้ของ Subcision เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่พังผืดดึงรั้ง แพทย์จึงมักพิจารณา TCA Cross สำหรับหลุมกลุ่มนี้แทน
คนหนึ่งคนมักมีหลุมหลายชนิดปนกัน คำถามจึงไม่ใช่ “จะทำ Subcision หรือไม่” แต่เป็นหลุมส่วนไหนควรใช้เทคนิคใด ถ้าดึงผิวสองข้างแล้วหลุมตื้นขึ้นชัด แปลว่ามีองค์ประกอบของการถูกดึงรั้ง แต่ถ้ายังลึกเท่าเดิม การปลดพังผืดอย่างเดียวมักไม่พอ
ขั้นตอนการทำ Subcision เป็นอย่างไร
Subcision เป็นหัตถการที่ทำในคลินิกและไม่ต้องเย็บแผล เพราะไม่มีการกรีดเปิดผิวแต่ใช้รูเข็มเป็นทางเข้า โดยทั่วไปใช้เวลาราว 30–60 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวนหลุมและขนาดพื้นที่
- ประเมินและทำเครื่องหมาย — แพทย์ตรวจชนิดและความลึกของหลุม แล้วทำเครื่องหมายเฉพาะหลุมที่มีองค์ประกอบของการถูกดึงรั้ง
- ทำความสะอาดผิวและลงยาชา — ฉีดยาชาเฉพาะที่ บางกรณีอาจทายาชาร่วมก่อนเพื่อลดความรู้สึกจากเข็มยาชา
- สอดเข็มหรือ cannula เข้าใต้ผิว — DermNet อธิบายเทคนิคดั้งเดิมว่าใช้เข็มขนาดราว 18–20 gauge สอดเข้าที่มุมแหลมขนานกับผิว แล้วขยับเป็นรูปพัดในชั้นหนังแท้เพื่อตัดแถบพังผืด ปัจจุบันหลายแห่งใช้ cannula ปลายทู่แทน ซึ่งงานทบทวนวรรณกรรมใน NIH/PubMed Central รายงานว่าให้ความพึงพอใจสูงกว่าและมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าเข็มปลายคม
- กดห้ามเลือด ประคบเย็น และนัดติดตาม — เพื่อลดการเกิดก้อนเลือดคั่ง จากนั้นแพทย์จะนัดประเมินผลและพิจารณาว่าจะทำหัตถการอื่นร่วมเมื่อใด
ระหว่างทำ ความรู้สึกที่พบบ่อยคือแรงดันหรือแรงดึงใต้ผิวมากกว่าความเจ็บแบบถูกบาด
ทำ Subcision แล้วพักฟื้นนานแค่ไหน
Subcision มีระยะพักฟื้นเห็นได้ชัดกว่าเลเซอร์กลุ่มพักฟื้นสั้น เพราะทำงานใต้ผิวที่มีเส้นเลือดฝอยอยู่ รอยช้ำจึงเป็นเรื่องที่คาดหมายได้ ไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อนที่ผิดปกติ โดยทั่วไปรอยช้ำและอาการกดเจ็บมักทุเลาลงภายในราว 1 สัปดาห์ และหลายคนกลับไปทำงานได้ภายใน 1–2 วันโดยใช้เครื่องสำอางกลบ สิ่งที่ควรเตรียมใจไว้มีดังนี้
- รอยช้ำและบวม — พบบ่อยในช่วงราว 3–7 วันแรก และอาจนานกว่านั้นในรายที่ทำพื้นที่กว้าง งานทบทวนภาวะแทรกซ้อนใน Journal of Cosmetic Dermatology (2025) พบว่าเข็มปลายคมมีรายงานรอยช้ำมากกว่าอุปกรณ์ปลายทู่อย่างมีนัยสำคัญ และรายงานอาการบวมระดับน้อยถึงปานกลางราว 27.8 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มที่ใช้ใบมีดปลายทู่
- ตุ่มนูนชั่วคราวใต้ผิว — บางรายคลำได้ก้อนเล็ก ๆ ซึ่งเป็นเลือดคั่งหรือเนื้อเยื่อที่กำลังซ่อมแซม รายงานระบุว่ามักค่อย ๆ ยุบลงในช่วงราว 1–2 เดือน หากก้อนโตขึ้นหรือเจ็บมากขึ้น ควรกลับมาให้แพทย์ประเมิน
- รอยดำหรือรอยด่างหลังทำ — มีรายงานทั้งรอยเข้มขึ้นและรอยจางลงเฉพาะจุด โดยเฉพาะผิวสีเข้มซึ่งรวมถึงผิวคนไทยจำนวนมาก การกันแดดสม่ำเสมอหลังทำจึงสำคัญ อ่านต่อได้ที่ รอยแดง รอยดำจากสิว ต่างกันอย่างไร
ระยะพักฟื้นจริงต่างกันมากในแต่ละคน จึงควรเลือกทำในช่วงที่ไม่มีนัดสำคัญในสัปดาห์ถัดไป
ต้องทำ Subcision กี่ครั้ง ห่างกันเท่าไร
Subcision โดยทั่วไปไม่ใช่หัตถการที่ทำรอบเดียวแล้วจบ เพราะทั้งการปลดพังผืดและการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องอาศัยเวลา และหลายกรณีพังผืดมีหลายชั้นเกินกว่าจะจัดการหมดในครั้งเดียวโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อรอยช้ำ ในทางปฏิบัติ หลุมที่ไม่มากมักอยู่ในช่วงราว 1–3 ครั้ง ส่วนหลุมที่กว้างหรือลึกอาจต้องมากกว่านั้น DermNet ระบุว่าผู้ที่มีหลุมสิวระดับปานกลางส่วนใหญ่ใช้การรักษาราว 3–6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อยราวหนึ่งเดือน ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่นิยมใช้กันคือราว 4–6 สัปดาห์ต่อครั้ง ระยะห่างนี้มีไว้เพื่อรอให้รอยช้ำหายและให้คอลลาเจนใหม่ก่อตัวพอที่จะประเมินผลได้ก่อนทำรอบถัดไป งานทบทวนวรรณกรรมยังพบว่าคะแนนความพึงพอใจในบางการศึกษาลดลงบ้างในช่วง 3–6 เดือนหลังทำ แพทย์จึงมักวางแผนเป็นคอร์สและติดตามผลต่อเนื่อง
ทำไม Subcision จึงมักทำร่วมกับวิธีอื่น
เพราะ Subcision แก้ได้เฉพาะชั้นที่พังผืดเป็นต้นเหตุ แต่หลุมสิวจริง ๆ มักมีหลายองค์ประกอบพร้อมกัน ทั้งพังผืดดึงรั้ง พื้นผิวขรุขระ รูหลุมที่ลึก และปริมาตรใต้ผิวที่หายไป งานทบทวนวรรณกรรมใน NIH/PubMed Central จึงรายงานตรงกันว่าการทำร่วมกับวิธีอื่นให้ผลดีกว่าการทำอย่างเดียว สอดคล้องกับ American Academy of Dermatology ที่ระบุว่าแพทย์ผิวหนังมักใช้มากกว่าหนึ่งวิธีในการดูแลหลุมสิว
ตัวอย่างที่มักถูกอ้างถึง คือการทำ Subcision ร่วมกับสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิด ซึ่งมีรายงานการดีขึ้นราว 94 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับราว 67 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มที่ทำอย่างเดียว ส่วนการทำร่วมกับเลเซอร์ CO2 แบบ Fractional และ Microneedling มีรายงานว่าช่วยเพิ่มผลได้สม่ำเสมอ ตัวเลขเหล่านี้มาจากงานวิจัยคนละกลุ่มประชากร จึงใช้เป็นภาพรวมของทิศทางผล ไม่ใช่ตัวเลขที่คาดหวังได้กับทุกคน
| หัวข้อ | Subcision (ตัดพังผืด) | เลเซอร์ Fractional | TCA Cross |
|---|---|---|---|
| หลักการ | ตัดพังผืดใต้หลุมเพื่อปลดแรงดึง และกระตุ้นคอลลาเจนในโพรงที่ถูกปลด | ยิงพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ กระตุ้นคอลลาเจนและปรับพื้นผิวชั้นบน | จุดกรด TCA ความเข้มข้นสูงลงเฉพาะในรูหลุมทีละจุด |
| หลุม rolling | ตรงกับกลไกโดยตรง ผู้วิจัยประเมินการดีขึ้นราว 50–60% | ช่วยเรื่องพื้นผิว แต่ไม่ปลดพังผืดที่ดึงรั้ง | ไม่ใช่ข้อบ่งชี้หลัก |
| หลุม boxcar | ตอบสนองได้บางส่วน โดยเฉพาะชนิดที่ตื้นขึ้นเมื่อดึงผิว | ตอบสนองได้ดีในชนิดตื้นถึงปานกลาง | ใช้ได้กับชนิดที่แคบและลึก |
| หลุม ice pick | มักตอบสนองได้ไม่ดี ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ | มักเข้าไม่ถึงก้นหลุมที่ลึกและแคบ | เป็นเทคนิคที่ตรงกับหลุมชนิดนี้ |
| การพักฟื้น | ช้ำ/บวมราว 3–7 วันหรือมากกว่า อาจมีตุ่มนูนชั่วคราว | รอยแดงและลอกได้หลายวัน ขึ้นกับชนิดเลเซอร์ | ตกสะเก็ดเฉพาะจุดหลายวัน |
| จำนวนครั้งโดยประมาณ | ราว 1–3 ครั้งในรายไม่มาก ถึงราว 3–6 ครั้ง เว้น 4–6 สัปดาห์ | มักหลายครั้ง ตามแผนของแพทย์ | มักหลายครั้ง ทำซ้ำเป็นรอบ |
ในรายที่หลุมสัมพันธ์กับปริมาตรใต้ผิวที่ลดลง แพทย์อาจพิจารณาสารเติมเต็มหรือสารกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (biostimulator) ร่วมด้วย เพื่อรองรับผิวที่เพิ่งถูกปลดพังผืด ดูภาพรวมแนวทางได้ที่ โปรแกรมดูแลปัญหาสิว
ดูแลตัวเองหลังทำ Subcision อย่างไร
เป้าหมายของการดูแลหลังทำคือช่วยให้รอยช้ำทุเลาลงเร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดรอยเข้มตามมา แนวทางที่แพทย์มักแนะนำมีดังนี้
- ประคบเย็นในช่วงแรก — ช่วยลดบวมและลดการขยายของเลือดที่คั่งใต้ผิว บางรายแพทย์อาจให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่นภายหลังเพื่อช่วยให้รอยช้ำสลายเร็วขึ้น
- งดแอลกอฮอล์และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด — เช่น ยาละลายลิ่มเลือด น้ำมันปลา หรือวิตามินอีขนาดสูง ตามคำสั่งของแพทย์ อย่าหยุดยาประจำตัวเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ที่สั่งยา
- กันแดดสม่ำเสมอ — ผิวหลังทำหัตถการไวต่อแสงและเสี่ยงต่อรอยเข้ม ใช้ครีมกันแดดแบบ broad-spectrum และเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก
- งดนวดคลึงบริเวณที่ทำ ความร้อนจัด และการออกกำลังกายหนัก — ในช่วง 1–2 วันแรก เพราะเพิ่มการไหลเวียนเลือดและอาจทำให้ช้ำมากขึ้น
- สังเกตสัญญาณผิดปกติ — หากบวมแดงมากขึ้น ปวดมากขึ้น มีไข้ มีหนอง หรือมีก้อนแข็งที่ไม่ยุบ ควรติดต่อกลับมาให้แพทย์ประเมิน
ใครที่ยังไม่เหมาะกับการทำ Subcision
Subcision ไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางภาวะควรเลื่อนออกไปก่อนหรือใช้วิธีอื่นแทน DermNet และงานทบทวนภาวะแทรกซ้อนระบุกลุ่มที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังไว้ ได้แก่
- ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ — ทั้งของตนเองและในครอบครัว เพราะมีแนวโน้มสร้างพังผืดมากกว่าปกติ หากจะทำ มักแนะนำให้จำกัดขอบเขตและประเมินการตอบสนองก่อนในรอบแรก
- ผู้ที่ยังมีสิวอักเสบอยู่ — ควรคุมสิวให้สงบก่อน เพราะการทำหัตถการในผิวที่ยังอักเสบเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งสิวที่คุมไม่ได้จะสร้างหลุมใหม่ระหว่างที่รักษาหลุมเดิม
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด — ต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง เพราะมีผลต่อการเกิดเลือดคั่ง
- ผู้ที่เพิ่งใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอชนิดรับประทาน — DermNet ระบุช่วงเฝ้าระวังไว้ถึงราว 12 เดือนหลังหยุดยา
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะทำ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร — ควรรักษาการติดเชื้อให้หายก่อน และปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสม
ราคาตัดพังผืดหลุมสิวประมาณเท่าไร
ราคาในตลาดเป็นช่วงกว้างมาก จนไม่สามารถระบุตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคน ปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างกัน ได้แก่ ขนาดพื้นที่ที่ต้องทำ จำนวนหลุมและความลึก อุปกรณ์ที่ใช้ จำนวนครั้งตลอดคอร์ส และวิธีอื่นที่ทำร่วมด้วย แนวทางที่ตรงกับความเป็นจริงกว่าคือให้แพทย์ประเมินชนิดและขอบเขตของหลุมก่อน แล้วจึงวางแผนว่าควรใช้แนวทางใดและประเมินค่าใช้จ่ายตามแผนนั้น หากต้องการให้แพทย์ของ Onnyx Clinic ประเมินสภาพผิวและแนะนำแนวทางดูแลหลุมสิวที่เหมาะกับคุณ สอบถามและนัดหมายได้ทาง LINE: @onnyxclinic
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริง และควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร
Subcision ช่วยให้หลุมสิว “ดูตื้นขึ้น” ไม่ใช่ทำให้ผิวกลับไปเรียบเหมือนก่อนเป็นสิว บทความทบทวนใน The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology สรุปไว้ชัดว่าไม่มีวิธีเดียว หรือแม้แต่การผสมผสานหลายวิธี ที่ทำให้หลุมสิวดีขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่มักดีขึ้นคือความลึกของเงาที่ตกในหลุม ผิวที่เคยดูเป็นคลื่นภายใต้แสงด้านข้างอาจดูเรียบขึ้น และบางคนพบว่าการแต่งหน้าลงง่ายขึ้นเพราะรองพื้นตกร่องน้อยลง ส่วนที่มักไม่เปลี่ยนคือรูขุมขนกว้าง หลุม ice pick ที่ลึก และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นคนละปัญหา ผิวที่บวมในสัปดาห์แรกยังอาจทำให้หลุมดูตื้นกว่าความจริงชั่วคราว การประเมินผลจึงควรทำเมื่อผ่านไปอย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือน ที่ควรเข้าใจคือหลุมสิวไม่หายขาด เป้าหมายคือทำให้ดูตื้นลง ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
บทความนี้อธิบาย Subcision ในฐานะเทคนิคทางผิวหนังโดยทั่วไป ส่วนแนวทางที่เหมาะกับแต่ละคนและหัตถการที่ทำได้จริง ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในวันปรึกษา เนื่องจากคนส่วนใหญ่มีหลุมหลายชนิดปนกัน การรักษาหลุมสิวจึงต้องเริ่มจากการประเมินชนิดของหลุมก่อนเสมอ หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน สามารถเข้ามาให้แพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Onnyx Clinic ประเมินสภาพผิวและวางแผนที่เหมาะกับผิวของคุณได้ ทักสอบถามและนัดหมายได้ทาง LINE: @onnyxclinic
แหล่งอ้างอิง
- DermNet — Subcision
- NIH / PubMed Central — Subcision for Atrophic Acne Scarring: A Comprehensive Review
- Journal of Cosmetic Dermatology (2023) — Subcision in acne scarring: A review of clinical trials
- Journal of Cosmetic Dermatology (2025) / NIH PMC — Complications of Subcision for Acne Scarring: Experience From Clinical Practice and Review of the Literature
- The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology — Atrophic Acne Scarring: A Review of Treatment Options
- American Academy of Dermatology — Acne scars: Consultation and treatment
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ทำ Subcision เจ็บไหม +
แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่ทำก่อนเริ่ม ระหว่างทำจึงมักรู้สึกเป็นแรงดันหรือแรงดึงใต้ผิวมากกว่าความเจ็บแบบมีดบาด หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจรู้สึกตื้อ ๆ ปวดตุบ ๆ หรือกดแล้วเจ็บได้ในช่วง 1–3 วันแรก ซึ่งมักทุเลาลงเอง ความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ช้ำหลังทำ Subcision กี่วันหาย +
รอยช้ำและอาการกดเจ็บส่วนใหญ่ทุเลาลงภายในราว 1 สัปดาห์ หลายคนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วันโดยใช้เครื่องสำอางกลบรอยช้ำ แต่ในรายที่ทำพื้นที่กว้างหรือใช้เข็มปลายคม รอยช้ำอาจอยู่นานกว่านั้น และตุ่มนูนเล็ก ๆ ใต้ผิวบางกรณีอาจใช้เวลาราว 1–2 เดือนจึงยุบ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ต้องทำ Subcision กี่ครั้งถึงเห็นความเปลี่ยนแปลง +
โดยทั่วไปต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง หลุมไม่มากมักอยู่ในช่วงราว 1–3 ครั้ง ส่วนหลุมที่กว้างหรือลึกอาจถึงราว 3–6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อยราว 4–6 สัปดาห์เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนและฟื้นตัวก่อนรอบถัดไป จำนวนครั้งจริงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ทำ Subcision แล้วหลุมสิวจะกลับมาเรียบเหมือนเดิมไหม +
ตอบตามตรงคือหลุมสิวไม่หายขาด ไม่มีวิธีใดทำให้ผิวกลับไปเรียบเหมือนก่อนเป็นสิว เป้าหมายของ Subcision คือทำให้หลุมดูตื้นขึ้นและเงาที่ตกในหลุมดูน้อยลง งานทบทวนวรรณกรรมระบุว่าไม่มีวิธีเดียวหรือแม้แต่การผสมผสานหลายวิธีที่ทำให้หลุมสิวดีขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำ Subcision ร่วมกับเลเซอร์ได้ไหม +
ได้ และเป็นแนวทางที่พบบ่อยในงานวิจัย เพราะ Subcision จัดการพังผืดที่ดึงรั้งใต้ผิว ส่วนเลเซอร์ Fractional ปรับพื้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจนชั้นบน ทั้งสองจึงเสริมกัน ส่วนจะทำในวันเดียวกันหรือเว้นระยะ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและแผนที่แพทย์วางให้แต่ละราย
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic
ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005
ทบทวนล่าสุด 15 สิงหาคม 2569
แพทย์ →บทความที่เกี่ยวข้อง
สิว หลุมสิว
สิวขึ้นตรงไหน บอกอะไรได้บ้าง แผนที่สิวจริงไหม
สิวขึ้นหน้าผาก แก้ม กราม คาง บอกอะไรได้บ้าง แผนที่สิวเชื่อได้แค่ไหน และตำแหน่งสิวช่วยแพทย์วางแผนรักษาอย่างไร โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
สิว หลุมสิว
กดสิว กับ ฉีดสิว ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับสิวคุณ
กดสิว กับ ฉีดสิว ต่างกันอย่างไร กดสิวคือการนำสิวอุดตันออกด้วยเครื่องมือสะอาด ส่วนฉีดสิวคือการฉีดยาลดการอักเสบเข้าสิวก้อนใหญ่ สรุปข้อบ่งชี้ ความเสี่ยง และการดูแล
สิว หลุมสิว
รอยแดง รอยดำจากสิว ต่างกันอย่างไร ดูแลรักษาแบบไหนดี
รอยแดงจากสิว (PIE) กับรอยดำจากสิว (PIH) ต่างกันที่สาเหตุและวิธีดูแล สรุปวิธีแยกความต่าง ระยะเวลาจางเอง สิ่งที่ช่วยและสิ่งที่ทำให้แย่ลง โดยทีมแพทย์ Onnyx