IV Drip ดริปวิตามินบำรุง
ดริปวิตามินและสารบำรุงทางหลอดเลือดดำเพื่อฟื้นฟูความสดชื่น บำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใสจากภายใน และช่วยลดความอ่อนเพลีย มีหลายสูตร ให้สารน้ำและประเมินโดยแพทย์
เริ่มต้น ฿690
ระยะเวลาทำ
30–60 นาที
การพักฟื้น
ไม่ต้องพักฟื้น
เริ่มเห็นผล
สดชื่นหลังทำ
ความถี่
ตามเป้าหมาย
เคสจริง
ผลลัพธ์ก่อน–หลัง
เคสจริงจากผู้รับบริการ · ดูแลและทำโดยแพทย์
-
ก่อน
หลัง เคสที่ 1
* ภาพก่อน–หลังเป็นเคสจริงของผู้รับบริการที่ได้รับความยินยอมให้เผยแพร่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและอาจแตกต่างกัน
IV Drip (ดริปวิตามิน) คือการให้วิตามินและสารบำรุงทางหลอดเลือดดำในปริมาณที่แพทย์กำหนด เพื่อช่วยฟื้นฟูความสดชื่นของร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใสจากภายใน และช่วยลดความรู้สึก อ่อนเพลีย จุดเด่นคือร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้โดยตรงโดยไม่ผ่านระบบทางเดินอาหาร ใช้เวลาราว 30–60 นาที ไม่ต้องพักฟื้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
IV Drip คืออะไร
IV Drip ย่อมาจาก Intravenous Drip คือการให้สารน้ำที่ผสมวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่หลอดเลือดดำ โดยตรงทีละหยด แตกต่างจากการรับประทานวิตามินที่ต้องผ่านการย่อยและดูดซึมที่ลำไส้ ซึ่งสารบางส่วน อาจสูญเสียไป การให้ทางหลอดเลือดดำจึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในรูปแบบที่นำไปใช้ได้ทันที ที่ Onnyx Clinic การดริปทุกครั้งทำภายใต้การดูแลของแพทย์ตามมาตรฐานทางการแพทย์
IV Drip ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
IV Drip เป็นการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวมจากภายใน โดยเลือกสูตรให้เหมาะกับเป้าหมาย ของแต่ละท่าน:
- บำรุงผิวพรรณ — ช่วยให้ผิวดูสดใส กระจ่างใส และมีสุขภาพดีจากภายใน
- ฟื้นฟูความสดชื่น — สำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย หรือทำงานหนัก
- เสริมวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ — ในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้โดยตรง
- ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม — ควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดี
IV Drip เป็นการบำรุงและดูแลความสดชื่น ไม่ใช่การรักษาโรค หากมีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม
วิตามินและสารบำรุงใน IV Drip มีอะไรบ้าง
แต่ละสูตรประกอบด้วยวิตามินและสารบำรุงต่างกันตามเป้าหมายการดูแล ตัวอย่างสารที่ใช้บ่อย ได้แก่:
| สาร | บทบาทโดยทั่วไป |
|---|---|
| วิตามินซี (Vitamin C) | สารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและความสดใสของผิว |
| วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) | มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานและบำรุงระบบประสาท |
| กลูตาไธโอน (Glutathione) | สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยดูแลความกระจ่างใสของผิว |
| เกลือแร่และสารน้ำ | ช่วยเติมความชุ่มชื้นและสมดุลให้ร่างกาย |
แพทย์จะอธิบายส่วนประกอบของสูตรที่เลือกในวันปรึกษา ทั้งนี้ผลลัพธ์ด้านความกระจ่างใสของผิว ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และเป็นการดูแลให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนสีผิวอย่างคงอยู่ตลอดไป
IV Drip ต่างจากการกินวิตามินอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร
ทั้งการดริปและการรับประทานวิตามินต่างมีข้อดีของตัวเอง ไม่มีแบบใดดีกว่ากันแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่าน โดยมีความแตกต่างคร่าว ๆ ดังนี้:
| ประเด็น | IV Drip (ทางหลอดเลือดดำ) | วิตามินแบบรับประทาน |
|---|---|---|
| การดูดซึม | เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ไม่ผ่านระบบทางเดินอาหาร | ต้องผ่านการย่อยและดูดซึมที่ลำไส้ บางส่วนอาจสูญเสียไป |
| ความสะดวก | มาทำที่คลินิกตามรอบ ใช้เวลาราว 30–60 นาที | รับประทานเองได้ทุกวันที่บ้าน |
| การดูแลโดยแพทย์ | ประเมินและให้สารน้ำโดยแพทย์ทุกครั้ง | ดูแลตัวเองตามปกติ |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ต้องการเสริมเป็นช่วง ๆ หรือดูดซึมทางลำไส้ได้ไม่ดี | ผู้ที่ต้องการบำรุงพื้นฐานต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน |
หลายท่านเลือกทำควบคู่กัน คือดูแลพื้นฐานด้วยวิตามินรับประทานในชีวิตประจำวัน และทำ IV Drip เป็นช่วง ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ แพทย์จะช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา
สูตร IV Drip ที่ Onnyx Clinic มีให้เลือก
เรามีสูตรให้เลือกหลากหลายเพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณที่ต่างกัน แพทย์จะช่วยแนะนำ สูตรที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา ดูราคาแต่ละสูตรได้ในตารางด้านล่างของหน้า:
| สูตร | เหมาะกับ |
|---|---|
| IV Super Star | ผู้ที่ต้องการดูแลแบบครบครันทั้งความสดชื่นและบำรุงผิว |
| IV Aura Plus | ผู้ที่เน้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส มีออร่าจากภายใน |
| IV Vita Booster | ผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินและฟื้นฟูความสดชื่นในชีวิตประจำวัน |
| IV Rejupink | ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี |
IV Drip เหมาะกับใคร และใครควรเลี่ยง
เหมาะกับ ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลียหรือพักผ่อนน้อยและต้องการฟื้นความสดชื่น ผู้ที่ต้องการบำรุง ผิวพรรณให้ดูสุขภาพดีจากภายใน ผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้โดยตรง และผู้ที่ดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหรือเลี่ยง ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือภาวะที่ต้องจำกัดปริมาณสารน้ำ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินหรือ ส่วนประกอบของยา และผู้ที่มีโรคประจำตัว แพทย์จะซักประวัติและประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง
ทำไมบางสูตรควรตรวจ G6PD ก่อน
ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ทำให้เม็ดเลือดแดงเปราะและแตกง่ายเมื่อเจอ สารบางชนิด สูตรที่มีวิตามินซีหรือกลูตาไธโอนในปริมาณสูงอาจกระตุ้นภาวะนี้ในผู้ที่พร่องเอนไซม์ได้ ด้วยเหตุนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ G6PD ก่อนเริ่มบางสูตร โดยเฉพาะหากยังไม่เคยทราบผลมาก่อน เพื่อความปลอดภัยและเลือกสูตรให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละท่าน
ขั้นตอนการดูแลที่ Onnyx Clinic
- ปรึกษาและประเมิน — แพทย์ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และเป้าหมายการดูแล
- เลือกสูตรที่เหมาะสม — แนะนำสูตรที่ตรงกับความต้องการของแต่ละท่าน
- ให้สารน้ำโดยทีมแพทย์ — ดริปวิตามินทางหลอดเลือดดำภายใต้การดูแล ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที
- ดูแลและให้คำแนะนำหลังทำ — แนะนำการดูแลตัวเองและความถี่ที่เหมาะสม
IV Drip ใช้เวลานานไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่
โดยทั่วไปการดริปแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณสารน้ำ ระหว่างทำ สามารถนั่งพักผ่อนได้ตามสบาย หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น หลายท่านรู้สึก สดชื่นขึ้นได้หลังรับการดูแล ทั้งนี้ความรู้สึกและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำ IV Drip เจ็บไหม
ความรู้สึกขณะให้สารน้ำคล้ายกับการเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือทั่วไป จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะ ตอนแทงเข็ม จากนั้นระหว่างให้สารน้ำส่วนใหญ่จะรู้สึกสบาย อาจมีตึง ๆ บริเวณที่ให้สารน้ำได้บ้าง ทีมแพทย์จะดูแลใกล้ชิดตลอด หากรู้สึกไม่สบายตัว สามารถแจ้งให้ปรับได้ทันที
ควรทำ IV Drip บ่อยแค่ไหน
ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพร่างกายของแต่ละท่าน แพทย์จะเป็นผู้แนะนำรอบที่ เหมาะสม โดยทั่วไปอาจแบ่งเป็นแนวทางคร่าว ๆ ดังนี้:
| เป้าหมาย | แนวทางความถี่โดยประมาณ |
|---|---|
| ฟื้นฟูความสดชื่นเป็นครั้งคราว | ตามความต้องการ เช่น ช่วงที่อ่อนเพลีย |
| ดูแลต่อเนื่องเพื่อบำรุงผิว | เป็นคอร์สตามที่แพทย์แนะนำ |
| ดูแลสุขภาพระยะยาว | เว้นระยะสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลตัวเอง |
การทำเป็นคอร์สต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ ควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดี จะช่วยส่งเสริม สุขภาพโดยรวมได้ดีกว่าการทำครั้งเดียว
IV Drip เห็นผลเมื่อไหร่
หลายท่านรู้สึกสดชื่นขึ้นได้ในวันที่ทำ ส่วนการเปลี่ยนแปลงด้านผิวพรรณมักค่อย ๆ เห็นเมื่อดูแล ต่อเนื่อง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทันทีในครั้งเดียว IV Drip เป็นการบำรุงและดูแลจากภายใน ผลลัพธ์ จึงขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ไลฟ์สไตล์ การพักผ่อน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ส่วนความรู้สึกสดชื่นที่ได้รับมักเป็นการดูแลแบบชั่วคราวที่ค่อย ๆ ลดลงตามการใช้พลังงานของร่างกาย และไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วง การดูแลต่อเนื่องเป็นคอร์สตามที่แพทย์แนะนำ ควบคู่กับการพักผ่อนและ โภชนาการที่ดี จึงช่วยส่งเสริมความสดชื่นและสุขภาพผิวได้ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว
IV Drip ทำให้ผิวขาวจริงไหม
IV Drip บางสูตรมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซีและกลูตาไธโอน ที่ช่วยดูแลให้ผิวดูกระจ่างใส และมีสุขภาพดีขึ้นจากภายใน แต่เป็นการดูแลให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนสีผิวอย่างคงอยู่ตลอดไป และผลลัพธ์ด้านความกระจ่างใส แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การดูแลผิวให้ดูดีในระยะยาวยังต้องอาศัยการปกป้องผิวจากแสงแดด การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพโดยรวมร่วมด้วย
IV Drip ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
IV Drip มีความปลอดภัยเมื่อทำในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต ให้สารน้ำโดยทีมแพทย์ และใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงที่พบมักเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รู้สึกตึงหรือมีรอยช้ำบริเวณที่แทงเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น ความเสี่ยงสำคัญคือการทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ การให้สารน้ำในปริมาณหรือ ส่วนประกอบที่ไม่เหมาะกับร่างกาย และการไม่ซักประวัติสุขภาพก่อนทำ จึงควรเลือกสถานพยาบาล ที่ประเมินและดูแลโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติระหว่างหรือหลังทำ ควรแจ้งแพทย์ทันที
วิธีเลือก IV Drip ที่ปลอดภัย
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล แพทย์ และผลิตภัณฑ์ — ไม่ใช่แค่ราคา ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบ:
- ทำใน สถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต และให้สารน้ำ ภายใต้การดูแลของแพทย์
- มี การซักประวัติและประเมินสุขภาพ ก่อนเลือกสูตร
- ใช้ วิตามินและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และแจ้งส่วนประกอบได้ชัดเจน
- ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ หรือการโฆษณาเกินจริงว่ารักษาโรคหรือทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างคงอยู่ตลอดไป
การเตรียมตัวก่อนทำ IV Drip
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ และประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ
- ควรรับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนมา ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป
- พักผ่อนให้เพียงพอ และแจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ดูแลหลังทำ IV Drip
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เหมาะสม
- อาจรู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่ให้สารน้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น
- ดูแลสุขภาพควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดีเพื่อส่งเสริมผลลัพธ์
- หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัย สามารถปรึกษาแพทย์ได้
ทำไมต้องทำ IV Drip ที่ Onnyx Clinic
ให้สารน้ำและประเมินโดยแพทย์ มีสูตรให้เลือกหลากหลายตามเป้าหมาย ใช้วิตามินและผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐาน ราคาโปร่งใส และดูแลก่อน-หลังอย่างใกล้ชิด เพื่อการดูแลสุขภาพและความงาม จากภายในอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — fda.moph.go.th
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข — hss.moph.go.th
- Cleveland Clinic — my.clevelandclinic.org
ราคา
IV Super Star
- 1 ครั้ง
- −20% ฿2,500฿1,999
IV Aura Plus
- 1 ครั้ง
- −18% ฿1,200฿990
IV Vita Booster
- 1 ครั้ง
- −30% ฿990฿690
IV Rejupink
- 1 ครั้ง
- −30% ฿990฿690
ดูราคาเต็มของแต่ละโปรแกรมหรือสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดได้ทาง LINE
คำถามที่พบบ่อย
IV Drip คืออะไร? +
คือการให้วิตามินและสารบำรุงทางหลอดเลือดดำโดยตรง เพื่อช่วยฟื้นฟูความสดชื่นและบำรุงผิวพรรณจากภายใน ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านระบบทางเดินอาหาร ที่ Onnyx Clinic ให้สารน้ำและประเมินโดยแพทย์ มีหลายสูตรให้เลือกตามเป้าหมาย
IV Drip ที่ Onnyx Clinic มีสูตรอะไรบ้าง? +
มีให้เลือกหลายสูตร ได้แก่ IV Super Star, IV Aura Plus, IV Vita Booster และ IV Rejupink แต่ละสูตรเน้นเป้าหมายต่างกัน ทั้งบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสและฟื้นฟูความสดชื่น แพทย์จะช่วยแนะนำสูตรที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา
IV Drip ใช้เวลานานไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่? +
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณสารน้ำ หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น หลายท่านรู้สึกสดชื่นขึ้นได้หลังรับการดูแล ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ควรทำ IV Drip บ่อยแค่ไหน? +
ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพร่างกายของแต่ละท่าน แพทย์จะเป็นผู้แนะนำรอบที่เหมาะสม การทำเป็นคอร์สต่อเนื่องควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดีจะช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้ดีกว่าการทำครั้งเดียว
IV Drip ทำให้ผิวขาวจริงไหม? +
บางสูตรมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและกลูตาไธโอนที่ช่วยดูแลให้ผิวดูกระจ่างใสและมีสุขภาพดีขึ้นจากภายใน แต่ไม่ใช่การทำให้ผิวขาวขึ้นแบบถาวร และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปกป้องผิวจากแสงแดดและดูแลสุขภาพร่วมด้วย
IV Drip ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? +
ปลอดภัยเมื่อทำในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตและให้สารน้ำโดยทีมแพทย์ ผลข้างเคียงที่พบมักเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รู้สึกตึงหรือมีรอยช้ำบริเวณที่แทงเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งแพทย์ทันที
ใครควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำ IV Drip? +
ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือภาวะที่ต้องจำกัดสารน้ำ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD และผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน แพทย์จะซักประวัติและประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง
ควรเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อทำ IV Drip? +
ก่อนทำควรรับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ปล่อยให้ท้องว่างนาน และแจ้งโรคประจำตัวกับประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ หลังทำควรดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เหมาะสม และดูแลสุขภาพควบคู่กับโภชนาการที่ดี
IV Drip กับการกินวิตามินเม็ด ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี +
การดริปให้วิตามินเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงโดยไม่ผ่านระบบทางเดินอาหาร เหมาะกับการเสริมเป็นช่วง ๆ ส่วนวิตามินแบบรับประทานสะดวกสำหรับการบำรุงพื้นฐานต่อเนื่อง หลายท่านเลือกทำควบคู่กัน แพทย์จะช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา
ทำ IV Drip เจ็บไหม +
จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะตอนแทงเข็มคล้ายการเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือ จากนั้นระหว่างให้สารน้ำส่วนใหญ่จะรู้สึกสบาย อาจมีตึง ๆ บริเวณที่ให้สารน้ำได้บ้าง หากไม่สบายตัวสามารถแจ้งทีมแพทย์ให้ปรับได้ทันที
ทำไมบางสูตร IV Drip ต้องตรวจ G6PD ก่อน +
ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ทำให้เม็ดเลือดแดงเปราะและแตกง่ายเมื่อเจอสารบางชนิด สูตรที่มีวิตามินซีหรือกลูตาไธโอนปริมาณสูงอาจกระตุ้นภาวะนี้ได้ แพทย์จึงอาจแนะนำให้ตรวจ G6PD ก่อนเริ่มบางสูตรเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะหากยังไม่เคยทราบผลมาก่อน