IV Drip ดริปวิตามินบำรุง

ดริปวิตามินและสารบำรุงทางหลอดเลือดดำเพื่อฟื้นฟูความสดชื่น บำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใสจากภายใน และช่วยลดความอ่อนเพลีย มีหลายสูตร ให้สารน้ำและประเมินโดยแพทย์

เริ่มต้น ฿690

IV Drip ดริปวิตามินบำรุง

ระยะเวลาทำ

30–60 นาที

การพักฟื้น

ไม่ต้องพักฟื้น

เริ่มเห็นผล

สดชื่นหลังทำ

ความถี่

ตามเป้าหมาย

เคสจริง

ผลลัพธ์ก่อน–หลัง

เคสจริงจากผู้รับบริการ · ดูแลและทำโดยแพทย์

  • IV Super Star ก่อน–หลัง เคสที่ 1 — ก่อน ก่อน
    IV Super Star ก่อน–หลัง เคสที่ 1 — หลัง หลัง
    เคสที่ 1

* ภาพก่อน–หลังเป็นเคสจริงของผู้รับบริการที่ได้รับความยินยอมให้เผยแพร่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและอาจแตกต่างกัน

IV Drip (ดริปวิตามิน) คือการให้วิตามินและสารบำรุงทางหลอดเลือดดำในปริมาณที่แพทย์กำหนด เพื่อช่วยฟื้นฟูความสดชื่นของร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใสจากภายใน และช่วยลดความรู้สึก อ่อนเพลีย จุดเด่นคือร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้โดยตรงโดยไม่ผ่านระบบทางเดินอาหาร ใช้เวลาราว 30–60 นาที ไม่ต้องพักฟื้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

IV Drip คืออะไร

IV Drip ย่อมาจาก Intravenous Drip คือการให้สารน้ำที่ผสมวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่หลอดเลือดดำ โดยตรงทีละหยด แตกต่างจากการรับประทานวิตามินที่ต้องผ่านการย่อยและดูดซึมที่ลำไส้ ซึ่งสารบางส่วน อาจสูญเสียไป การให้ทางหลอดเลือดดำจึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในรูปแบบที่นำไปใช้ได้ทันที ที่ Onnyx Clinic การดริปทุกครั้งทำภายใต้การดูแลของแพทย์ตามมาตรฐานทางการแพทย์

IV Drip ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

IV Drip เป็นการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวมจากภายใน โดยเลือกสูตรให้เหมาะกับเป้าหมาย ของแต่ละท่าน:

  • บำรุงผิวพรรณ — ช่วยให้ผิวดูสดใส กระจ่างใส และมีสุขภาพดีจากภายใน
  • ฟื้นฟูความสดชื่น — สำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย หรือทำงานหนัก
  • เสริมวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ — ในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้โดยตรง
  • ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม — ควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดี

IV Drip เป็นการบำรุงและดูแลความสดชื่น ไม่ใช่การรักษาโรค หากมีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม

วิตามินและสารบำรุงใน IV Drip มีอะไรบ้าง

แต่ละสูตรประกอบด้วยวิตามินและสารบำรุงต่างกันตามเป้าหมายการดูแล ตัวอย่างสารที่ใช้บ่อย ได้แก่:

สารบทบาทโดยทั่วไป
วิตามินซี (Vitamin C)สารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและความสดใสของผิว
วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex)มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานและบำรุงระบบประสาท
กลูตาไธโอน (Glutathione)สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยดูแลความกระจ่างใสของผิว
เกลือแร่และสารน้ำช่วยเติมความชุ่มชื้นและสมดุลให้ร่างกาย

แพทย์จะอธิบายส่วนประกอบของสูตรที่เลือกในวันปรึกษา ทั้งนี้ผลลัพธ์ด้านความกระจ่างใสของผิว ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และเป็นการดูแลให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนสีผิวอย่างคงอยู่ตลอดไป

IV Drip ต่างจากการกินวิตามินอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร

ทั้งการดริปและการรับประทานวิตามินต่างมีข้อดีของตัวเอง ไม่มีแบบใดดีกว่ากันแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่าน โดยมีความแตกต่างคร่าว ๆ ดังนี้:

ประเด็นIV Drip (ทางหลอดเลือดดำ)วิตามินแบบรับประทาน
การดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ไม่ผ่านระบบทางเดินอาหารต้องผ่านการย่อยและดูดซึมที่ลำไส้ บางส่วนอาจสูญเสียไป
ความสะดวกมาทำที่คลินิกตามรอบ ใช้เวลาราว 30–60 นาทีรับประทานเองได้ทุกวันที่บ้าน
การดูแลโดยแพทย์ประเมินและให้สารน้ำโดยแพทย์ทุกครั้งดูแลตัวเองตามปกติ
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมเป็นช่วง ๆ หรือดูดซึมทางลำไส้ได้ไม่ดีผู้ที่ต้องการบำรุงพื้นฐานต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

หลายท่านเลือกทำควบคู่กัน คือดูแลพื้นฐานด้วยวิตามินรับประทานในชีวิตประจำวัน และทำ IV Drip เป็นช่วง ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ แพทย์จะช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา

สูตร IV Drip ที่ Onnyx Clinic มีให้เลือก

เรามีสูตรให้เลือกหลากหลายเพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณที่ต่างกัน แพทย์จะช่วยแนะนำ สูตรที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา ดูราคาแต่ละสูตรได้ในตารางด้านล่างของหน้า:

สูตรเหมาะกับ
IV Super Starผู้ที่ต้องการดูแลแบบครบครันทั้งความสดชื่นและบำรุงผิว
IV Aura Plusผู้ที่เน้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส มีออร่าจากภายใน
IV Vita Boosterผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินและฟื้นฟูความสดชื่นในชีวิตประจำวัน
IV Rejupinkผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

IV Drip เหมาะกับใคร และใครควรเลี่ยง

เหมาะกับ ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลียหรือพักผ่อนน้อยและต้องการฟื้นความสดชื่น ผู้ที่ต้องการบำรุง ผิวพรรณให้ดูสุขภาพดีจากภายใน ผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้โดยตรง และผู้ที่ดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหรือเลี่ยง ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือภาวะที่ต้องจำกัดปริมาณสารน้ำ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินหรือ ส่วนประกอบของยา และผู้ที่มีโรคประจำตัว แพทย์จะซักประวัติและประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง

ทำไมบางสูตรควรตรวจ G6PD ก่อน

ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ทำให้เม็ดเลือดแดงเปราะและแตกง่ายเมื่อเจอ สารบางชนิด สูตรที่มีวิตามินซีหรือกลูตาไธโอนในปริมาณสูงอาจกระตุ้นภาวะนี้ในผู้ที่พร่องเอนไซม์ได้ ด้วยเหตุนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ G6PD ก่อนเริ่มบางสูตร โดยเฉพาะหากยังไม่เคยทราบผลมาก่อน เพื่อความปลอดภัยและเลือกสูตรให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละท่าน

ขั้นตอนการดูแลที่ Onnyx Clinic

  1. ปรึกษาและประเมิน — แพทย์ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และเป้าหมายการดูแล
  2. เลือกสูตรที่เหมาะสม — แนะนำสูตรที่ตรงกับความต้องการของแต่ละท่าน
  3. ให้สารน้ำโดยทีมแพทย์ — ดริปวิตามินทางหลอดเลือดดำภายใต้การดูแล ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที
  4. ดูแลและให้คำแนะนำหลังทำ — แนะนำการดูแลตัวเองและความถี่ที่เหมาะสม

IV Drip ใช้เวลานานไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่

โดยทั่วไปการดริปแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณสารน้ำ ระหว่างทำ สามารถนั่งพักผ่อนได้ตามสบาย หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น หลายท่านรู้สึก สดชื่นขึ้นได้หลังรับการดูแล ทั้งนี้ความรู้สึกและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ทำ IV Drip เจ็บไหม

ความรู้สึกขณะให้สารน้ำคล้ายกับการเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือทั่วไป จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะ ตอนแทงเข็ม จากนั้นระหว่างให้สารน้ำส่วนใหญ่จะรู้สึกสบาย อาจมีตึง ๆ บริเวณที่ให้สารน้ำได้บ้าง ทีมแพทย์จะดูแลใกล้ชิดตลอด หากรู้สึกไม่สบายตัว สามารถแจ้งให้ปรับได้ทันที

ควรทำ IV Drip บ่อยแค่ไหน

ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพร่างกายของแต่ละท่าน แพทย์จะเป็นผู้แนะนำรอบที่ เหมาะสม โดยทั่วไปอาจแบ่งเป็นแนวทางคร่าว ๆ ดังนี้:

เป้าหมายแนวทางความถี่โดยประมาณ
ฟื้นฟูความสดชื่นเป็นครั้งคราวตามความต้องการ เช่น ช่วงที่อ่อนเพลีย
ดูแลต่อเนื่องเพื่อบำรุงผิวเป็นคอร์สตามที่แพทย์แนะนำ
ดูแลสุขภาพระยะยาวเว้นระยะสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลตัวเอง

การทำเป็นคอร์สต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ ควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดี จะช่วยส่งเสริม สุขภาพโดยรวมได้ดีกว่าการทำครั้งเดียว

IV Drip เห็นผลเมื่อไหร่

หลายท่านรู้สึกสดชื่นขึ้นได้ในวันที่ทำ ส่วนการเปลี่ยนแปลงด้านผิวพรรณมักค่อย ๆ เห็นเมื่อดูแล ต่อเนื่อง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทันทีในครั้งเดียว IV Drip เป็นการบำรุงและดูแลจากภายใน ผลลัพธ์ จึงขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ไลฟ์สไตล์ การพักผ่อน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ส่วนความรู้สึกสดชื่นที่ได้รับมักเป็นการดูแลแบบชั่วคราวที่ค่อย ๆ ลดลงตามการใช้พลังงานของร่างกาย และไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วง การดูแลต่อเนื่องเป็นคอร์สตามที่แพทย์แนะนำ ควบคู่กับการพักผ่อนและ โภชนาการที่ดี จึงช่วยส่งเสริมความสดชื่นและสุขภาพผิวได้ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว

IV Drip ทำให้ผิวขาวจริงไหม

IV Drip บางสูตรมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซีและกลูตาไธโอน ที่ช่วยดูแลให้ผิวดูกระจ่างใส และมีสุขภาพดีขึ้นจากภายใน แต่เป็นการดูแลให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนสีผิวอย่างคงอยู่ตลอดไป และผลลัพธ์ด้านความกระจ่างใส แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การดูแลผิวให้ดูดีในระยะยาวยังต้องอาศัยการปกป้องผิวจากแสงแดด การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพโดยรวมร่วมด้วย

IV Drip ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

IV Drip มีความปลอดภัยเมื่อทำในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต ให้สารน้ำโดยทีมแพทย์ และใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงที่พบมักเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รู้สึกตึงหรือมีรอยช้ำบริเวณที่แทงเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น ความเสี่ยงสำคัญคือการทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ การให้สารน้ำในปริมาณหรือ ส่วนประกอบที่ไม่เหมาะกับร่างกาย และการไม่ซักประวัติสุขภาพก่อนทำ จึงควรเลือกสถานพยาบาล ที่ประเมินและดูแลโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติระหว่างหรือหลังทำ ควรแจ้งแพทย์ทันที

วิธีเลือก IV Drip ที่ปลอดภัย

ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล แพทย์ และผลิตภัณฑ์ — ไม่ใช่แค่ราคา ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบ:

  • ทำใน สถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต และให้สารน้ำ ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • มี การซักประวัติและประเมินสุขภาพ ก่อนเลือกสูตร
  • ใช้ วิตามินและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และแจ้งส่วนประกอบได้ชัดเจน
  • ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ หรือการโฆษณาเกินจริงว่ารักษาโรคหรือทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างคงอยู่ตลอดไป

การเตรียมตัวก่อนทำ IV Drip

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ และประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ
  • ควรรับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนมา ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และแจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ดูแลหลังทำ IV Drip

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เหมาะสม
  • อาจรู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่ให้สารน้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • ดูแลสุขภาพควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดีเพื่อส่งเสริมผลลัพธ์
  • หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัย สามารถปรึกษาแพทย์ได้

ทำไมต้องทำ IV Drip ที่ Onnyx Clinic

ให้สารน้ำและประเมินโดยแพทย์ มีสูตรให้เลือกหลากหลายตามเป้าหมาย ใช้วิตามินและผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐาน ราคาโปร่งใส และดูแลก่อน-หลังอย่างใกล้ชิด เพื่อการดูแลสุขภาพและความงาม จากภายในอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — fda.moph.go.th
  • กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข — hss.moph.go.th
  • Cleveland Clinic — my.clevelandclinic.org

ราคา

IV Super Star

1 ครั้ง
−20% ฿2,500
฿1,999

IV Aura Plus

1 ครั้ง
−18% ฿1,200
฿990

IV Vita Booster

1 ครั้ง
−30% ฿990
฿690

IV Rejupink

1 ครั้ง
−30% ฿990
฿690

ดูราคาเต็มของแต่ละโปรแกรมหรือสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดได้ทาง LINE

พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์

หัตถการนี้ดูแลและให้บริการโดยแพทย์

พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · ว.74005

แพทย์ →

คำถามที่พบบ่อย

IV Drip คืออะไร? +

คือการให้วิตามินและสารบำรุงทางหลอดเลือดดำโดยตรง เพื่อช่วยฟื้นฟูความสดชื่นและบำรุงผิวพรรณจากภายใน ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านระบบทางเดินอาหาร ที่ Onnyx Clinic ให้สารน้ำและประเมินโดยแพทย์ มีหลายสูตรให้เลือกตามเป้าหมาย

IV Drip ที่ Onnyx Clinic มีสูตรอะไรบ้าง? +

มีให้เลือกหลายสูตร ได้แก่ IV Super Star, IV Aura Plus, IV Vita Booster และ IV Rejupink แต่ละสูตรเน้นเป้าหมายต่างกัน ทั้งบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสและฟื้นฟูความสดชื่น แพทย์จะช่วยแนะนำสูตรที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา

IV Drip ใช้เวลานานไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่? +

โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณสารน้ำ หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น หลายท่านรู้สึกสดชื่นขึ้นได้หลังรับการดูแล ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ควรทำ IV Drip บ่อยแค่ไหน? +

ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพร่างกายของแต่ละท่าน แพทย์จะเป็นผู้แนะนำรอบที่เหมาะสม การทำเป็นคอร์สต่อเนื่องควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่ดีจะช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้ดีกว่าการทำครั้งเดียว

IV Drip ทำให้ผิวขาวจริงไหม? +

บางสูตรมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและกลูตาไธโอนที่ช่วยดูแลให้ผิวดูกระจ่างใสและมีสุขภาพดีขึ้นจากภายใน แต่ไม่ใช่การทำให้ผิวขาวขึ้นแบบถาวร และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปกป้องผิวจากแสงแดดและดูแลสุขภาพร่วมด้วย

IV Drip ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? +

ปลอดภัยเมื่อทำในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตและให้สารน้ำโดยทีมแพทย์ ผลข้างเคียงที่พบมักเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น รู้สึกตึงหรือมีรอยช้ำบริเวณที่แทงเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งแพทย์ทันที

ใครควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำ IV Drip? +

ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือภาวะที่ต้องจำกัดสารน้ำ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD และผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน แพทย์จะซักประวัติและประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง

ควรเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อทำ IV Drip? +

ก่อนทำควรรับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ปล่อยให้ท้องว่างนาน และแจ้งโรคประจำตัวกับประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ หลังทำควรดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เหมาะสม และดูแลสุขภาพควบคู่กับโภชนาการที่ดี

IV Drip กับการกินวิตามินเม็ด ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี +

การดริปให้วิตามินเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงโดยไม่ผ่านระบบทางเดินอาหาร เหมาะกับการเสริมเป็นช่วง ๆ ส่วนวิตามินแบบรับประทานสะดวกสำหรับการบำรุงพื้นฐานต่อเนื่อง หลายท่านเลือกทำควบคู่กัน แพทย์จะช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะกับคุณในวันปรึกษา

ทำ IV Drip เจ็บไหม +

จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะตอนแทงเข็มคล้ายการเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือ จากนั้นระหว่างให้สารน้ำส่วนใหญ่จะรู้สึกสบาย อาจมีตึง ๆ บริเวณที่ให้สารน้ำได้บ้าง หากไม่สบายตัวสามารถแจ้งทีมแพทย์ให้ปรับได้ทันที

ทำไมบางสูตร IV Drip ต้องตรวจ G6PD ก่อน +

ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ทำให้เม็ดเลือดแดงเปราะและแตกง่ายเมื่อเจอสารบางชนิด สูตรที่มีวิตามินซีหรือกลูตาไธโอนปริมาณสูงอาจกระตุ้นภาวะนี้ได้ แพทย์จึงอาจแนะนำให้ตรวจ G6PD ก่อนเริ่มบางสูตรเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะหากยังไม่เคยทราบผลมาก่อน

บริการยอดนิยม

พร้อมเริ่มดูแลตัวเองแล้วหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์และนัดหมายได้ทาง LINE ทุกวัน

ทักไลน์ · @onnyxclinic
ก่อน
หลัง