ฉีดเติม และปรับรูปหน้า

ฉีดโบลดกราม คืออะไร เห็นผลกี่วัน อยู่ได้นานแค่ไหน

ฉีดโบลดกรามคืออะไร ช่วยให้หน้าเรียวอย่างไร เห็นผลกี่วัน อยู่ได้นานแค่ไหน และดูแลตัวเองอย่างไร อธิบายโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic

กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ เผยแพร่เมื่อ 28 มิถุนายน 2569 ทบทวนล่าสุด 28 มิถุนายน 2569
ใบหน้าและกรอบหน้าเรียวกระชับในแสงนุ่มนวล

ฉีดโบลดกรามคือการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (botulinum toxin) เข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม หรือกล้ามเนื้อ masseter เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวและค่อย ๆ เล็กลง ส่งผลให้กรอบหน้าด้านล่างดูเรียวขึ้น ส่วนใหญ่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงราว 1–2 สัปดาห์ และผลมักอยู่ได้ราว 4–6 เดือน ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ฉีดโบลดกรามคืออะไร

ฉีดโบลดกราม คือการใช้โบทูลินัมท็อกซินชนิดเอฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม (masseter) เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดนี้คลายการทำงานและค่อย ๆ เล็กลง ทำให้กรอบหน้าด้านล่างดูเรียวขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด

กล้ามเนื้อ masseter เป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการบดเคี้ยว วางตัวอยู่บริเวณมุมขากรรไกรทั้งสองข้าง ในบางคนกล้ามเนื้อมัดนี้มีขนาดใหญ่หรือหนากว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม การเคี้ยวอาหารแข็งบ่อย หรือพฤติกรรมการกัดฟัน/ขบกรามขณะนอนหลับ (bruxism) ทำให้มุมกรามดูเหลี่ยมหรือใบหน้าดูเป็นทรงสี่เหลี่ยม ภาวะกล้ามเนื้อกรามใหญ่นี้เรียกว่า masseter hypertrophy

จุดประสงค์ของการฉีดโบลดกรามจึงมีได้ทั้งด้านความงาม คือช่วยปรับให้กรอบหน้าด้านล่างดูเรียวขึ้นและใบหน้าดูเป็นรูปไข่มากขึ้น และด้านการรักษา เช่น ช่วยบรรเทาอาการปวดกรามหรือการขบกัดฟันในบางราย ทั้งนี้โบทูลินัมท็อกซินจัดเป็นยาควบคุม การใช้เพื่อความงามควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเสมอ

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ ฉีดโบลดกรามไม่ได้ลดไขมันหรือปรับโครงสร้างกระดูก แต่ทำงานที่ “ขนาดของกล้ามเนื้อ” เป็นหลัก ดังนั้นคนที่กรอบหน้าด้านล่างกว้างจากไขมันสะสมหรือจากโครงกระดูกขากรรไกร อาจเห็นผลจากการฉีดโบลดกรามได้น้อยกว่า แพทย์จึงควรประเมินสาเหตุของรูปหน้าก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ฉีดโบลดกรามทำงานอย่างไร

โบทูลินัมท็อกซินทำงานโดยยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวลงชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อกรามถูกใช้งานน้อยลง กล้ามเนื้อมัดนั้นจะค่อย ๆ ลดขนาด (atrophy) ตามธรรมชาติ

กลไกโดยละเอียดคือ โบทูลินัมท็อกซินชนิดเอจะไปขัดขวางการหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่ออะเซทิลโคลีน (acetylcholine) บริเวณรอยต่อระหว่างปลายประสาทกับกล้ามเนื้อ เมื่อสารสื่อประสาทนี้ถูกปิดกั้น สัญญาณสั่งให้กล้ามเนื้อหดตัวจึงส่งไปไม่ได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว ตามข้อมูลของ American Academy of Ophthalmology ผลนี้เป็นการชั่วคราว เมื่อร่างกายค่อย ๆ สร้างปลายประสาทใหม่ การทำงานของกล้ามเนื้อก็จะกลับคืนมา

จุดที่ทำให้โบลดกรามต่างจากการฉีดโบลดริ้วรอยทั่วไป คือเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การคลายกล้ามเนื้อเพื่อให้ผิวเรียบขึ้นเป็นหลัก แต่ต้องการให้กล้ามเนื้อ “เล็กลง” จากการที่ถูกใช้งานน้อยลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ ด้วยเหตุนี้ผลด้านรูปหน้าจึงค่อย ๆ ปรากฏ ไม่ได้เปลี่ยนทันที และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

ในทางเทคนิค แพทย์จะคลำหาตำแหน่งและขอบเขตของกล้ามเนื้อ masseter โดยให้ผู้รับบริการขบกรามเพื่อให้กล้ามเนื้อเด่นขึ้น แล้วจึงฉีดในตำแหน่งที่กำหนดอย่างระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงส่วนบนของกล้ามเนื้อที่อยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้ม เพื่อลดโอกาสที่ยาจะกระจายไปยังกล้ามเนื้อข้างเคียง ความแม่นยำของตำแหน่งและปริมาณจึงมีผลโดยตรงต่อทั้งผลลัพธ์และความสมมาตรของใบหน้า

ฉีดโบลดกรามเหมาะกับใคร

โดยทั่วไปฉีดโบลดกรามอาจเหมาะกับผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ ทำให้กรอบหน้าด้านล่างดูเหลี่ยม รวมถึงผู้ที่มีอาการขบกัดฟันหรือปวดกราม ทั้งนี้ความเหมาะสมต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

กลุ่มที่แพทย์มักพิจารณาว่าอาจได้ประโยชน์ ได้แก่

  • ผู้ที่มุมกรามดูใหญ่หรือใบหน้าดูเป็นทรงสี่เหลี่ยม โดยมีสาเหตุหลักจากกล้ามเนื้อกรามหนา ไม่ใช่จากกระดูกหรือไขมัน
  • ผู้ที่มีนิสัยขบหรือกัดฟันขณะนอน (bruxism) จนรู้สึกปวดเมื่อยกราม
  • ผู้ที่สังเกตว่าเวลาขบกรามแล้วกล้ามเนื้อบริเวณมุมขากรรไกรนูนเด่นชัด

อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน เช่น ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้โบทูลินัมท็อกซินหรือส่วนประกอบของยา ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อบางชนิด (เช่น myasthenia gravis) และผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ในกรณีเหล่านี้แพทย์อาจแนะนำทางเลือกอื่นหรือเลื่อนการรักษาออกไป

ก่อนตัดสินใจ ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อตรวจดูว่ารูปหน้าของคุณเกิดจากกล้ามเนื้อ กระดูก หรือไขมันเป็นหลัก เพราะหากสาเหตุไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อ ผลของการฉีดโบลดกรามก็อาจไม่ตรงกับความคาดหวัง การพูดคุยถึงเป้าหมายและความคาดหวังอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับคุณมากขึ้น

ฉีดโบลดกรามเห็นผลกี่วันและอยู่ได้นานแค่ไหน

ส่วนใหญ่เริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ราว 1–2 สัปดาห์หลังฉีด และผลด้านรูปหน้าจะชัดเจนขึ้นที่ประมาณ 4–6 สัปดาห์ ส่วนระยะเวลาที่ผลคงอยู่มักอยู่ในช่วงราว 4–6 เดือน ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เหตุผลที่ผลโบลดกรามค่อย ๆ ปรากฏ เป็นเพราะกลไกของมันต้องอาศัยการที่กล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลงจนค่อย ๆ เล็กลง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทันที โดยทั่วไปจึงแบ่งเป็นช่วงคร่าว ๆ ดังนี้

  • ช่วงแรก: อาจเริ่มรู้สึกว่าแรงในการเคี้ยวหรือขบกรามลดลงเล็กน้อยภายในไม่กี่วันถึง 2 สัปดาห์
  • ช่วง 4–6 สัปดาห์: รูปหน้าด้านล่างเริ่มดูเรียวขึ้นชัดเจน เนื่องจากกล้ามเนื้อลดขนาดลง
  • ช่วงหลัง 4–6 เดือน: กล้ามเนื้อค่อย ๆ กลับมาทำงานและมีขนาดใกล้เคียงเดิม จึงเป็นช่วงที่หลายคนพิจารณาฉีดซ้ำ

ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไปของการฉีดโบทูลินัมท็อกซินเพื่อความงามระบุว่า ผลของยามักอยู่ได้ราว 3–4 เดือนสำหรับการฉีดบริเวณริ้วรอย แต่สำหรับกล้ามเนื้อกรามที่มีขนาดใหญ่ ผลด้านรูปหน้ามักอยู่ได้นานกว่าเล็กน้อย คือราว 4–6 เดือน เพราะเป็นการลดขนาดกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ในผู้ที่ฉีดซ้ำต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ บางรายอาจพบว่าระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ยาวนานขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลงเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่แท้จริงแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อเดิม พฤติกรรมการเคี้ยว ปริมาณยา และการตอบสนองของร่างกาย จึงควรนัดติดตามผลกับแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดครั้งถัดไปอย่างเหมาะสม

ฉีดโบลดกรามใช้กี่ยูนิตโดยประมาณ

ปริมาณยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาของกล้ามเนื้อกรามของแต่ละคน ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แพทย์จะประเมินและกำหนดปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลเสมอ

จากการทบทวนงานวิจัยทางการแพทย์ พบว่าปริมาณโบทูลินัมท็อกซินที่ใช้รักษากล้ามเนื้อกรามใหญ่ (masseter hypertrophy) มีช่วงกว้าง โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 36 ยูนิตต่อข้าง และมีรายงานการใช้ตั้งแต่ประมาณ 10 ถึง 100 ยูนิตต่อข้าง ตามความหนาของกล้ามเนื้อและเป้าหมายการรักษา ความหลากหลายนี้สะท้อนว่าปริมาณยาต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละคน

ปัจจัยที่แพทย์นำมาพิจารณาในการกำหนดปริมาณ ได้แก่

  • ความหนาและขนาดของกล้ามเนื้อกราม ซึ่งบางครั้งประเมินจากการคลำหรืออัลตราซาวด์
  • ความสมมาตรของกล้ามเนื้อทั้งสองข้าง เพราะบางคนกล้ามเนื้อข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้าง
  • เป้าหมายของการรักษา เช่น เน้นปรับรูปหน้า หรือเน้นบรรเทาอาการปวด/ขบกราม
  • ชนิดและยี่ห้อของผลิตภัณฑ์โบทูลินัมท็อกซิน เนื่องจากหน่วยวัด (unit) ของแต่ละยี่ห้อไม่สามารถเทียบกันแบบตรง ๆ ได้

ด้วยเหตุนี้ การถามว่า “ต้องใช้กี่ยูนิต” จึงตอบล่วงหน้าได้ยากหากยังไม่ได้ตรวจประเมิน การประเมินหน้างานโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จึงสำคัญ ทั้งต่อผลลัพธ์และต่อการลดความเสี่ยง สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย ราคามักคิดตามปริมาณยาและยี่ห้อที่ใช้ จึงมีความแตกต่างกันตามเคส สามารถสอบถามช่วงราคาคร่าว ๆ ได้ทาง LINE

ก่อน-หลังฉีดโบลดกราม ดูแลตัวเองอย่างไร ห้ามอะไร

การดูแลตัวเองที่ดีช่วยให้ผลออกมาเรียบร้อยและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการเป็นหลัก เพราะรายละเอียดอาจต่างกันตามแต่ละเคส

ก่อนฉีด สิ่งที่ควรทำและควรแจ้งแพทย์ ได้แก่

  • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • แจ้งหากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีประวัติแพ้ยา
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนฉีด เพราะอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ

หลังฉีด คำแนะนำทั่วไปที่มักพบ ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก เพื่อลดการกระจายของยาไปยังกล้ามเนื้อข้างเคียง
  • งดออกกำลังกายหนักและการก้มศีรษะนาน ๆ ในวันแรกตามที่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ในช่วงแรก
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสั้น ๆ หลังฉีด
  • หากมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อย มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง ประคบเย็นช่วยบรรเทาได้

ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ บางคนอาจรู้สึกว่าเคี้ยวอาหารแข็งได้ลำบากขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกล้ามเนื้อกรามทำงานน้อยลง อาการนี้มักเป็นชั่วคราว หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก ปวดมาก ยิ้มเบี้ยว หรือกลืนลำบาก ควรติดต่อแพทย์ผู้ทำเพื่อประเมินทันที การมาตามนัดติดตามผลก็ช่วยให้แพทย์ดูพัฒนาการและวางแผนการฉีดครั้งถัดไปได้เหมาะสม

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของการฉีดโบลดกราม

เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ การฉีดโบลดกรามมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและชั่วคราว แต่การฉีดกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานช่วยลดความเสี่ยงได้

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและมักเป็นชั่วคราว ได้แก่ รอยช้ำ บวม หรือเจ็บบริเวณที่ฉีด และความรู้สึกอ่อนแรงหรือล้าของกล้ามเนื้อกรามเวลาเคี้ยว ซึ่งอาการเคี้ยวอ่อนแรงเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของการฉีดบริเวณนี้ โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยกว่าแต่ควรทราบ ได้แก่

  • รอยยิ้มไม่สมมาตรหรือยิ้มเบี้ยว ซึ่งอาจเกิดจากยากระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้ม มักเป็นชั่วคราว
  • กล้ามเนื้อนูนผิดปกติเมื่อขบกราม (paradoxical masseter bulge) เป็นภาวะที่พบไม่บ่อย โดยมีรายงานอุบัติการณ์ในช่วงราว 0.5–18.8% และมักปรากฏประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด
  • ภาวะแก้มดูตอบหรือใบหน้าดูคล้ำลง ซึ่งอาจพบได้ในบางรายหากใช้ปริมาณมากหรือฉีดซ้ำต่อเนื่องโดยไม่ได้ประเมินสัดส่วนใบหน้า

ข้อควรระวังที่หลายคนสอบถาม คือเรื่องการ “ดื้อยา” ในบางรายที่ฉีดโบทูลินัมท็อกซินซ้ำบ่อยหรือในปริมาณสูงเป็นเวลานาน ร่างกายอาจสร้างภูมิต้านทานต่อตัวยา ทำให้การตอบสนองลดลง การเว้นระยะการฉีดให้เหมาะสมและใช้ปริมาณเท่าที่จำเป็นภายใต้การดูแลของแพทย์จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้

โดยสรุป การฉีดโบลดกรามเป็นหัตถการที่ควรทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีการประเมินก่อนทำ และมีการติดตามผลหลังทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยตามสมควร ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

จุดที่นิยมฉีดโบบนใบหน้า

นอกจากกราม โบทูลินัมท็อกซินยังนิยมฉีดในอีกหลายตำแหน่งบนใบหน้า โดยแต่ละจุดมีจุดประสงค์ต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้

จุดที่ฉีดกล้ามเนื้อ/บริเวณจุดประสงค์โดยทั่วไป
กรามกล้ามเนื้อ masseterปรับกรอบหน้าด้านล่างให้ดูเรียวขึ้น และอาจช่วยลดอาการขบกัดฟัน
หน้าผากกล้ามเนื้อหน้าผาก (frontalis)ลดริ้วรอยแนวขวางบนหน้าผาก
ตีนกากล้ามเนื้อรอบดวงตา (orbicularis oculi)ลดริ้วรอยหางตาขณะยิ้มหรือหรี่ตา
ขมวดคิ้วกล้ามเนื้อระหว่างคิ้ว (glabella)ลดริ้วรอยร่องระหว่างคิ้วจากการขมวดคิ้ว

ตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละจุดต้องประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยง

โบลดกรามกับฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ต่างกันอย่างไร

นอกจากเรื่องระยะเวลาและปริมาณยาแล้ว ผู้รับบริการมักสอบถามว่าฉีดโบลดกรามต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าอย่างไร โดยสรุปคือโบลดกรามทำงานที่กล้ามเนื้อเพื่อลดขนาด ส่วนฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มเพื่อปรับโครงรูปหน้า ทั้งสองอย่างมีจุดประสงค์ต่างกัน บางเคสแพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกันตามความเหมาะสม หากต้องการเปรียบเทียบรายละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ โบท็อกซ์ vs ฟิลเลอร์ และหากสนใจการปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ในบริเวณอื่น เช่น ใต้ตา อ่านได้ที่ ฟิลเลอร์ใต้ตา

สำหรับข้อมูลภาพรวมของการฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณต่าง ๆ และบริการที่เกี่ยวข้อง สามารถดูได้ที่หน้า ฉีดโบท็อกซ์

ปรึกษาทีมแพทย์ Onnyx Clinic

หากคุณกำลังพิจารณาฉีดโบลดกรามเพื่อปรับกรอบหน้า แนะนำให้เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อตรวจดูว่ารูปหน้าของคุณเกิดจากกล้ามเนื้อ กระดูก หรือไขมันเป็นหลัก แล้วจึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล สอบถามรายละเอียด การประเมิน และช่วงราคาเบื้องต้นได้ทาง LINE @onnyxclinic ทีมงานยินดีให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดโบลดกรามเจ็บไหม +

โดยทั่วไปเป็นการฉีดด้วยเข็มขนาดเล็ก ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายถูกหยิก แพทย์อาจใช้ยาชาเฉพาะที่หรือประคบเย็นเพื่อช่วยลดความรู้สึก ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ฉีดโบลดกรามเห็นผลกี่วัน +

ส่วนใหญ่เริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ราว 1–2 สัปดาห์หลังฉีด และผลด้านรูปหน้าจะชัดเจนขึ้นที่ประมาณ 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาค่อย ๆ เล็กลง ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

โบลดกรามอยู่ได้กี่เดือน +

ผลของการฉีดโบลดกรามมักอยู่ได้ราว 4–6 เดือน จากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ หากต้องการคงรูปหน้าจึงมักต้องฉีดซ้ำเป็นระยะตามคำแนะนำของแพทย์

ฉีดโบลดกรามใช้กี่ยูนิต +

ปริมาณยาขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาของกล้ามเนื้อกรามของแต่ละคน โดยทั่วไปอยู่ในช่วงกว้างต่อข้าง แพทย์จะประเมินและกำหนดปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง LINE

ฉีดโบลดกรามแล้วหน้าตอบได้ไหม +

หากฉีดในปริมาณมากเกินไปหรือซ้ำต่อเนื่องโดยไม่ได้ประเมิน อาจทำให้แก้มดูตอบหรือใบหน้าดูคล้ำลงได้ในบางราย จึงควรฉีดกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่ประเมินสัดส่วนใบหน้าก่อนทำ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์

เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic

ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005

ทบทวนล่าสุด 28 มิถุนายน 2569

แพทย์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขวดสารเติมเต็มไม่มีแบรนด์สองขวดบนพื้นแชมเปญ

ฉีดเติม ปรับรูปหน้า

โบท็อกซ์ vs ฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี

โบท็อกซ์กับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร แก้ปัญหาคนละแบบ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ พร้อมตารางเปรียบเทียบ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic

28 มิ.ย. 2569
ภาพเงาด้านข้างกรอบหน้าและลำคอเรียว

ฉีดเติม ปรับรูปหน้า

ฉีดสลายไขมัน (เมโสแฟต) คืออะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง

ฉีดสลายไขมันหรือเมโสแฟตคืออะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง เห็นผลกี่ครั้ง อยู่ได้นานไหม และข้อควรระวัง อธิบายโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic

28 มิ.ย. 2569
ผิวใต้ตาและแก้มเรียบเนียนดูสดใส

ฉีดเติม ปรับรูปหน้า

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยอะไร อันตรายไหม อยู่ได้กี่เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องร่องใต้ตาและขอบตาคล้ำอย่างไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม อยู่ได้กี่เดือน อธิบายโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic

28 มิ.ย. 2569

พร้อมเริ่มดูแลตัวเองแล้วหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์และนัดหมายได้ทาง LINE ทุกวัน

ทักไลน์ · @onnyxclinic