รูปร่าง และลดน้ำหนัก

CagriSema กับ Retatrutide คืออะไร ต่างจาก Mounjaro อย่างไร

CagriSema และ Retatrutide คือยา GLP-1 รุ่นใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นวิจัย สรุปกลไก ผลการศึกษา สถานะการอนุมัติ ณ ส.ค. 2026 และต่างจาก Mounjaro อย่างไร ยังไม่มีขายในไทย

กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ เผยแพร่เมื่อ 15 สิงหาคม 2569 ทบทวนล่าสุด 15 สิงหาคม 2569
แก้วน้ำ สายวัดรอบเอว และสมุดบันทึกวางบนโต๊ะไม้ในแสงเช้า

CagriSema และ Retatrutide คือยาควบคุมน้ำหนักรุ่นถัดจาก Mounjaro ที่ยังอยู่ในขั้นวิจัยและการพิจารณาขึ้นทะเบียน CagriSema ของ Novo Nordisk รวม cagrilintide เข้ากับ semaglutide ส่วน Retatrutide ของ Eli Lilly ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสามชนิด ต่างจาก Mounjaro ที่ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสองชนิด ณ เดือนสิงหาคม 2026 ทั้งคู่ยังไม่มีจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในไทย

CagriSema คืออะไร ทำงานอย่างไร

CagriSema คือยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งของบริษัท Novo Nordisk ที่รวมตัวยาสองชนิดไว้ในเข็มเดียว ได้แก่ cagrilintide 2.4 มก. และ semaglutide 2.4 มก. จุดที่ทำให้ยาตัวนี้ได้รับความสนใจคือการเพิ่มกลไกใหม่เข้ามานอกเหนือจาก GLP-1 ที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว

semaglutide คือตัวยาเดียวกับที่ใช้ในปากกาชื่อการค้า Wegovy และ Ozempic ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังกินอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ ส่วน cagrilintide เป็นตัวใหม่ในสมการ มันคือสารเลียนแบบฮอร์โมน อะไมลิน (amylin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนหลั่งออกมาพร้อมอินซูลินหลังมื้ออาหาร และทำหน้าที่ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังก้านสมองผ่านเส้นทางที่ต่างจาก GLP-1 อะไมลินตามธรรมชาติสลายตัวเร็วมาก cagrilintide จึงถูกออกแบบให้อยู่ในร่างกายได้นานพอสำหรับการฉีดสัปดาห์ละครั้ง

พูดง่าย ๆ คือ CagriSema พยายามส่งสัญญาณความอิ่มสองทางพร้อมกัน แทนที่จะพึ่งเส้นทาง GLP-1 ทางเดียวแบบยารุ่นก่อน แนวคิดนี้คล้ายกับที่ Mounjaro ใช้ คือรวมกลไกมากกว่าหนึ่งไว้ในยาเข็มเดียว ต่างกันที่ Mounjaro เลือกจับคู่ GLP-1 กับ GIP ส่วน CagriSema เลือกจับคู่ GLP-1 กับอะไมลิน

Retatrutide คืออะไร ต่างจากยา GLP-1 เดิมตรงไหน

Retatrutide (รหัสวิจัย LY3437943) คือยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งของบริษัท Eli Lilly ที่ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสามชนิดในโมเลกุลเดียว จึงถูกเรียกว่า triple agonist หรือยาออกฤทธิ์สามกลไก ตัวรับทั้งสามคือ GIP, GLP-1 และ glucagon

สองตัวแรกเป็นกลไกเดียวกับที่ Mounjaro ใช้อยู่ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือตัวรับ glucagon ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ยาตัวนี้ต่างจากยาในกลุ่มเดิมอย่างชัดเจน glucagon เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และเกี่ยวข้องกับการดึงพลังงานสำรองมาใช้ การกระตุ้นตัวรับนี้ในบริบทของยาควบคุมน้ำหนักจึงมุ่งไปที่ฝั่ง “การใช้พลังงาน” ของสมการ ขณะที่ GLP-1 และ GIP ทำงานหลักอยู่ที่ฝั่ง “ความอยากอาหารและความอิ่ม”

ข้อมูลระยะที่ 2 ของ Retatrutide ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อปี 2023 โดยรายงานว่าที่สัปดาห์ที่ 48 ผู้เข้าร่วมที่ได้รับยา 12 มก. มีน้ำหนักลดลงตั้งแต่ 15% ขึ้นไปในสัดส่วน 83% ของกลุ่ม เทียบกับ 2% ในกลุ่มยาหลอก (Jastreboff et al., NEJM 2023) จากนั้นจึงเข้าสู่การศึกษาระยะที่ 3 ในชื่อโปรแกรม TRIUMPH ซึ่งทยอยรายงานผลตลอดปี 2026 ทั้งนี้ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างในเงื่อนไขวิจัย ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้คาดการณ์ผลของแต่ละบุคคลได้

CagriSema กับ Retatrutide ต่างจาก Mounjaro อย่างไร

ความต่างหลักอยู่ที่สามเรื่อง คือ กลไกที่ออกฤทธิ์ บริษัทผู้พัฒนา และที่สำคัญที่ใช้ตัดสินใจได้จริงในวันนี้คือ สถานะการอนุมัติ โดย Mounjaro เป็นตัวเดียวในสามตัวที่ขึ้นทะเบียนและใช้ได้จริงแล้วภายใต้การดูแลของแพทย์

หัวข้อCagriSemaRetatrutideMounjaro (tirzepatide)
กลไกGLP-1 + amylin (ยา 2 ชนิดรวมกัน)GIP + GLP-1 + glucagon (โมเลกุลเดียว 3 กลไก)GIP + GLP-1 (โมเลกุลเดียว 2 กลไก)
ตัวยาcagrilintide 2.4 มก. + semaglutide 2.4 มก.retatrutide (LY3437943)tirzepatide
บริษัทNovo NordiskEli LillyEli Lilly
รูปแบบฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้งฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้งปากกาฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้ง
สถานะการอนุมัติ (ส.ค. 2026)ยื่นคำขอต่อ อย. สหรัฐฯ เมื่อ 18 ธ.ค. 2025 อยู่ระหว่างพิจารณา ยังไม่อนุมัติในประเทศใดอยู่ในการศึกษาระยะที่ 3 บริษัทระบุแผนยื่นคำขอกับ อย. สหรัฐฯ ไตรมาสแรกปี 2027ขึ้นทะเบียนแล้วในหลายประเทศรวมถึงไทย
สถานะในไทยยังไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนกับ อย.ยังไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนกับ อย.เป็นยาควบคุม สั่งจ่ายโดยแพทย์
ข้อมูลระยะยาวREDEFINE 1, 2 และ 4โปรแกรม TRIUMPHใช้จริงในเวชปฏิบัติมาหลายปี

ประเด็นสำคัญที่ตารางนี้บอกคือ สองตัวแรกยังเป็นข่าววิจัย ไม่ใช่ทางเลือกการรักษาที่มีอยู่จริงในวันนี้ ผู้ที่กำลังพิจารณาเรื่องน้ำหนักอยู่ตอนนี้ยังต้องตัดสินใจจากยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วเป็นหลัก อ่านการเทียบตัวยาที่มีใช้จริงได้ที่ Mounjaro Wegovy Ozempic ต่างกันอย่างไร

ผลการศึกษาของทั้งสองตัวรายงานอะไรไว้บ้าง

ข้อมูลด้านล่างนี้เป็น ผลการศึกษาวิจัย ไม่ใช่คำสัญญาถึงผลลัพธ์ของผู้ใช้รายบุคคล ทุกตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกตามเกณฑ์วิจัย และวัดภายใต้การติดตามของทีมวิจัยอย่างใกล้ชิด

ฝั่ง CagriSema ข้อมูลหลักมาจากการศึกษาระยะที่ 3 ชื่อ REDEFINE 1 ในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนโดยไม่มีเบาหวาน จำนวน 3,417 คน ระยะเวลา 68 สัปดาห์ ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine (NEJM 2025) ผลที่รายงานคือน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 20.4% เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่ 3.0% และเมื่อวัดในเงื่อนไขที่สมมติว่าใช้ยาต่อเนื่องครบตามแผน ตัวเลขอยู่ที่ 22.7% เทียบกับ 2.3% นอกจากนี้ยังมี REDEFINE 2 ในผู้ที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 1,206 คน

จุดที่ควรพูดถึงด้วยความตรงไปตรงมาคือการศึกษา REDEFINE 4 ซึ่งเป็นการเทียบ CagriSema กับ tirzepatide 15 มก. ที่ใช้ในการศึกษาแบบตัวต่อตัวในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน 809 คน ที่ 84 สัปดาห์ กลุ่ม CagriSema มีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 23.0% เทียบกับ 25.5% ในกลุ่ม tirzepatide (ขนาดที่ใช้ในเงื่อนไขวิจัย การใช้จริงแพทย์จะปรับขนาดเป็นรายบุคคล) ซึ่งหมายความว่าการศึกษานี้ไม่ผ่านเกณฑ์ non-inferiority ที่ตั้งไว้ (ข่าวประชาสัมพันธ์ Novo Nordisk, ก.พ. 2026) ข้อสรุปที่ได้จึงไม่ใช่ว่ายารุ่นใหม่ให้ผลมากกว่ายาเดิมโดยอัตโนมัติ

ฝั่ง Retatrutide โปรแกรม TRIUMPH รายงานผลระยะที่ 3 ออกมาสามการศึกษาในปี 2026 ได้แก่

  • TRIUMPH-1 (พ.ค. 2026) ผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินร่วมกับภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2,339 คน ที่ 80 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 19.0% ที่ขนาด 4 มก., 25.9% ที่ 9 มก. และ 28.3% ที่ 12 มก. เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่ 2.2%
  • TRIUMPH-2 (ก.ค. 2026) ผู้ที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมด้วย จำนวน 1,152 คน ที่ 80 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 12.7% ถึง 20.8% ตามขนาดยา พร้อมค่าน้ำตาลสะสม (A1C) ลดลงเฉลี่ย 1.4–1.6% ตามขนาดยา
  • TRIUMPH-3 (ก.ค. 2026) ผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรงร่วมกับโรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 1,949 คน ที่ 80 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 21.6% ถึง 22.6%

ขนาดยาในการศึกษาถูกให้ภายใต้โปรโตคอลวิจัยและการติดตามของทีมแพทย์ ไม่ใช่แนวทางการใช้ยาด้วยตนเอง

การนำตัวเลขจากคนละการศึกษามาเรียงเทียบกันว่า “ตัวไหนลดได้มากกว่า” ไม่ใช่วิธีอ่านข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะแต่ละการศึกษาใช้กลุ่มประชากร ระยะเวลา และวิธีคำนวณผลที่ต่างกัน สิ่งที่พอสรุปได้คือยาทั้งสองกลุ่มให้ผลไปในทิศทางเดียวกับยา GLP-1 ที่ใช้อยู่ และผลลัพธ์จริงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐาน ขนาดยาที่ทนได้ และการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย

ผลข้างเคียงที่รายงานในการศึกษามีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงของยาทั้งสองตัวอยู่ในกลุ่มเดียวกับยา GLP-1 ที่ใช้อยู่แล้ว คืออาการทางเดินอาหารเป็นหลัก ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก และเบื่ออาหาร มักพบมากในช่วงเริ่มยาหรือช่วงปรับขนาดยาขึ้น และมีแนวโน้มลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว

ในการศึกษา TRIUMPH-1 กลุ่มที่ได้รับ Retatrutide 12 มก. รายงานอาการคลื่นไส้ 42.4% เทียบกับ 14.8% ในกลุ่มยาหลอก ท้องเสีย 32.0% เทียบกับ 13.5% และมีผู้หยุดยาเพราะผลข้างเคียง 11.3% เทียบกับ 4.9% ตัวเลขชุดนี้สำคัญไม่แพ้ตัวเลขน้ำหนัก เพราะสะท้อนว่ายาที่ออกฤทธิ์หลายกลไกพร้อมกันก็มาพร้อมภาระด้านผลข้างเคียงที่ผู้ใช้บางส่วนทนไม่ไหว ส่วนฝั่ง CagriSema รายงานว่าอาการที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ยากลุ่มนี้ยังมีข้อห้ามใช้และข้อควรระวังเฉพาะ เช่น ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด รายการนี้ไม่ครบถ้วน และเป็นเหตุผลว่าทำไมยากลุ่มนี้จึงต้องเริ่มและปรับขนาดภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่การปรับเองตามความรู้สึก อ่านรายละเอียดผลข้างเคียงของยาที่ใช้จริงในไทยได้ที่ ผลข้างเคียงของ Mounjaro

CagriSema และ Retatrutide จะเข้าไทยเมื่อไหร่

คำตอบตรง ๆ คือยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน และยังเร็วเกินกว่าจะคาดการณ์วันได้

Novo Nordisk ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน CagriSema ต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2025 โดยบริษัทคาดว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นภายในปี 2026 ซึ่งหมายความว่า ณ เดือนสิงหาคม 2026 ยานี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้รับอนุมัติในประเทศใด ส่วน Eli Lilly ระบุแผนยื่นคำขอขึ้นทะเบียน Retatrutide กับ อย. สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2027 ซึ่งเป็นแผนที่ยังไม่เกิดขึ้น

ต่อให้ได้รับอนุมัติในสหรัฐฯ แล้ว การเข้ามาในไทยยังต้องผ่านอีกขั้นตอนหนึ่ง คือผู้ผลิตต้องยื่นขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย ซึ่งใช้เวลาต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ และปัจจุบันยังไม่มีการประกาศกำหนดการสำหรับยาทั้งสองตัวนี้ ใครที่เห็นโฆษณาระบุวันวางจำหน่ายในไทยอย่างเจาะจง ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

ทำไมไม่ควรสั่งยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนทางออนไลน์

เพราะยาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติในประเทศใดเลย ย่อมไม่มีช่องทางจำหน่ายที่ถูกกฎหมายอยู่จริง ทั้งในไทยและต่างประเทศ สิ่งที่ถูกเสนอขายภายใต้ชื่อ CagriSema หรือ Retatrutide ทางออนไลน์ ไม่ว่าจะมาในรูปปากกาสำเร็จรูป ขวดผงแห้ง หรือที่มักติดป้ายว่า “research peptide” จึงไม่ได้มาจากสายการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ความเสี่ยงที่ตามมามีหลายชั้น ตัวยาอาจไม่ใช่สารที่ระบุไว้จริง ความเข้มข้นอาจไม่ตรงกับฉลาก การเก็บรักษาและการขนส่งอาจไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิ และผู้ใช้ต้องผสมยาและกำหนดขนาดเอง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผิดพลาดได้ง่ายและไม่มีใครติดตามอาการให้ กรณีเหล่านี้ต่างจากการรับยาที่ขึ้นทะเบียนจากสถานพยาบาลอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อเกิดผลข้างเคียง จะไม่มีทั้งข้อมูลตัวยาที่แน่ชัดและผู้รับผิดชอบทางการแพทย์

หลักการสังเกตเดียวกับที่เราเคยสรุปไว้ในเรื่องการดูยาปากกาของแท้ ใช้ได้กับกรณีนี้ด้วย โดยมีข้อเพิ่มเติมที่ตรงไปตรงมากว่า คือถ้ายายังไม่ได้รับอนุมัติที่ไหนในโลก ก็ไม่มี “ของแท้” ให้ซื้อตั้งแต่ต้น สัญญาณเตือนที่พบบ่อยได้แก่

  • ขายได้โดยไม่ต้องพบแพทย์และไม่มีการซักประวัติสุขภาพ
  • อ้างว่าเป็นยาที่ “ยังไม่เข้าไทย” หรือ “หิ้วมาจากต่างประเทศ”
  • ขายเป็นขวดผงให้ผู้ซื้อผสมเอง พร้อมคำแนะนำขนาดยาแบบลอย ๆ
  • ไม่มีเลขทะเบียนยาหรือเอกสารกำกับยาที่ตรวจสอบได้
  • โฆษณาด้วยตัวเลขน้ำหนักที่ลดได้ในเวลาสั้นผิดปกติ
  • ขายผ่านบัญชีส่วนตัวหรือช่องทางที่ไม่ใช่สถานพยาบาล

ตอนนี้ในไทยมีทางเลือกอะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเรื่องน้ำหนักอยู่ในตอนนี้ ทางเลือกที่มีอยู่จริงคือยากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีดที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยแล้ว ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามข้อบ่งใช้และสุขภาพของแต่ละคน เช่น tirzepatide ในชื่อการค้า Mounjaro ซึ่งออกฤทธิ์ที่ตัวรับ GIP และ GLP-1 และ semaglutide ในชื่อการค้า Wegovy ซึ่งออกฤทธิ์ที่ตัวรับ GLP-1 ทั้งหมดนี้เป็นยาควบคุมที่ต้องสั่งจ่ายและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

อีกความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามคือฝั่งยาเม็ด ซึ่งเดินหน้าไปไกลกว่ายาฉีดสองตัวในบทความนี้ในแง่ของการอนุมัติ อ่านสรุปได้ที่ ยาเม็ด GLP-1 (Orforglipron) คืออะไร

สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ระยะยาวมากกว่าชื่อตัวยา คือแผนการดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การประเมินสุขภาพก่อนเริ่ม การติดตามผลและผลข้างเคียงเป็นระยะ ไปจนถึงการวางแผนพฤติกรรมการกินหลังหยุดยา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากสนใจโปรแกรมดูแลน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ ที่ Onnyx Clinic เริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนเสมอ ปากกา Mounjaro เริ่มต้น 2,499.- คลินิกมีปากกาขนาด 2.5 มก. และ 5 มก. ตามที่แพทย์กำหนด ปรึกษาแพทย์ได้ทาง LINE: @onnyxclinic หรือโทร 092-789-0742

คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนคิดถึงยาตัวใหม่

เวลามีข่าวยาใหม่ออกมา คำถามที่มีประโยชน์ไม่ใช่ “ตัวไหนลดได้เยอะกว่า” แต่เป็นคำถามที่เชื่อมข้อมูลวิจัยเข้ากับสุขภาพของตัวเอง ลองใช้ชุดคำถามนี้ในห้องตรวจ

  1. สุขภาพของฉันตอนนี้เข้าเกณฑ์ที่ควรใช้ยาควบคุมน้ำหนักหรือยัง หรือควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและตรวจหาสาเหตุอื่นก่อน
  2. ยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วในไทยตัวไหนเหมาะกับฉันมากกว่า เมื่อดูจากโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการแพ้
  3. ตัวเลขในข่าวมาจากการศึกษาแบบไหน ประชากรในการศึกษาใกล้เคียงกับฉันหรือไม่ และวัดผลที่กี่สัปดาห์
  4. ผลข้างเคียงที่ฉันมีโอกาสเจอคืออะไร และถ้าเจอแล้วควรทำอย่างไร ต้องหยุดยาเลยหรือปรับขนาด
  5. แผนติดตามผลเป็นอย่างไร ต้องเจาะเลือดหรือตรวจอะไรก่อนเริ่มและระหว่างใช้บ้าง
  6. ถ้าหยุดยาแล้วจะวางแผนต่ออย่างไร เพื่อไม่ให้น้ำหนักกลับมาเป็นวงจร
  7. ค่าใช้จ่ายรวมตลอดแผนการดูแลประมาณเท่าไร เพราะเป็นการรักษาที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วเลิก

คำถามข้อที่ควรเลี่ยงคือการขอให้แพทย์สั่งยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน เพราะแพทย์ไม่สามารถสั่งจ่ายยาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติได้ และคลินิกที่รับทำให้ควรเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าจุดขาย

แหล่งอ้างอิง

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ยาที่กล่าวถึงเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

CagriSema คืออะไร +

CagriSema คือยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งของบริษัท Novo Nordisk ที่รวมตัวยาสองชนิดไว้ในเข็มเดียว ได้แก่ cagrilintide 2.4 มก. ซึ่งเป็นสารเลียนแบบฮอร์โมนอะไมลิน (amylin analogue) และ semaglutide 2.4 มก. ซึ่งเป็นยากลุ่ม GLP-1 ที่ใช้อยู่แล้วในชื่อการค้า Wegovy ปัจจุบันยังเป็นยาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานกำกับดูแล ยังไม่ได้รับอนุมัติให้จำหน่าย

Retatrutide ต่างจาก Mounjaro อย่างไร +

Mounjaro (tirzepatide) ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสองชนิดคือ GIP และ GLP-1 ส่วน Retatrutide ของ Eli Lilly ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสามชนิดคือ GIP, GLP-1 และ glucagon โดยกลไกที่เพิ่มเข้ามาคือการกระตุ้นตัวรับ glucagon ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของร่างกาย ความต่างสำคัญอีกข้อคือ Mounjaro ขึ้นทะเบียนและใช้จริงแล้วภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วน Retatrutide ยังเป็นยาวิจัยที่ยังไม่ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียน

CagriSema และ Retatrutide จะเข้าไทยเมื่อไหร่ +

ยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน ณ เดือนสิงหาคม 2026 CagriSema อยู่ระหว่างการพิจารณาของ อย. สหรัฐฯ หลังยื่นคำขอเมื่อธันวาคม 2025 ส่วน Eli Lilly ระบุแผนยื่นคำขอขึ้นทะเบียน Retatrutide กับ อย. สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2027 การเข้ามาในไทยต้องผ่านการยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีการประกาศกำหนดการ

สั่งซื้อ CagriSema หรือ Retatrutide ทางออนไลน์ได้ไหม +

ไม่ได้ และไม่ควรทำ ยาทั้งสองตัวยังไม่ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศใด จึงไม่มีช่องทางจำหน่ายที่ถูกกฎหมายทั้งในไทยและต่างประเทศ สิ่งที่ขายทางออนไลน์โดยอ้างชื่อเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นปากกา ขวดผง หรือ 'research peptide' ล้วนตรวจสอบแหล่งผลิต ความเข้มข้นของตัวยา และการเก็บรักษาไม่ได้ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง

ตอนนี้ถ้าสนใจการควบคุมน้ำหนักด้วยยา มีทางเลือกอะไรบ้าง +

ควรเริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเสมอ ปัจจุบันในไทยมียากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีดที่ขึ้นทะเบียนแล้วให้แพทย์พิจารณาตามข้อบ่งใช้ เช่น tirzepatide (Mounjaro) และ semaglutide (Wegovy) ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ยารุ่นใหม่แปลว่าได้ผลมากกว่ายาเดิมเสมอหรือไม่ +

ไม่เสมอไป ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการศึกษา REDEFINE 4 ซึ่งเปรียบเทียบ CagriSema กับ tirzepatide 15 มก. ที่ใช้ในการศึกษาโดยตรง แล้วพบว่า CagriSema ไม่ผ่านเกณฑ์ non-inferiority ที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ตัวเลขจากการศึกษาคนละฉบับวัดในประชากรและเงื่อนไขต่างกัน จึงนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ การเลือกยาจึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์

เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic

ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005

ทบทวนล่าสุด 15 สิงหาคม 2569

แพทย์ →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาเม็ดสีขาวในจานเซรามิกวางคู่กับปากกาฉีดยาแบบไม่มีตราสินค้าบนพื้นโทนแชมเปญ

รูปร่าง ลดน้ำหนัก

GLP-1 แบบเม็ด vs แบบฉีดปากกา ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบยา GLP-1 แบบเม็ดกับแบบฉีดปากกา ต่างกันที่ความถี่ วิธีใช้ และสถานะ อย. ไทย ปี 2026 แบบไหนใช้ได้จริงวันนี้ พร้อมปัจจัยที่แพทย์ใช้เลือก

16 ส.ค. 2569
ยาเม็ดสีขาวบนถาดเซรามิกข้างแก้วน้ำและสายวัดบนพื้นโทนอุ่น

รูปร่าง ลดน้ำหนัก

Orforglipron vs มอนจาโร ต่างกันอย่างไร ยาเม็ด GLP-1 มาไทยเมื่อไหร่

เทียบ Orforglipron ยาเม็ด GLP-1 ตัวใหม่กับปากกาฉีดมอนจาโร (Mounjaro) — กลไก ความถี่ ผลการศึกษา ผลข้างเคียง และสถานะในไทยปี 2026 ควรรอยาเม็ดหรือปรึกษาแพทย์ก่อนดี

16 ส.ค. 2569
ยาเม็ดสีขาวข้างแก้วน้ำบนพื้นโทนแชมเปญ

รูปร่าง ลดน้ำหนัก

ยาเม็ด GLP-1 (Orforglipron) คืออะไร ต่างจากปากกาฉีดอย่างไร

รู้จัก Orforglipron ยาเม็ด GLP-1 ชนิดโมเลกุลเล็ก อนุมัติในสหรัฐฯ ปี 2026 ต่างจากปากกาฉีด Mounjaro/Wegovy อย่างไร และสถานะการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย

9 ส.ค. 2569

พร้อมเริ่มดูแลตัวเองแล้วหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์และนัดหมายได้ทาง LINE ทุกวัน

ทักไลน์ · @onnyxclinic