CagriSema กับ Retatrutide คืออะไร ต่างจาก Mounjaro อย่างไร
CagriSema และ Retatrutide คือยา GLP-1 รุ่นใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นวิจัย สรุปกลไก ผลการศึกษา สถานะการอนุมัติ ณ ส.ค. 2026 และต่างจาก Mounjaro อย่างไร ยังไม่มีขายในไทย
CagriSema และ Retatrutide คือยาควบคุมน้ำหนักรุ่นถัดจาก Mounjaro ที่ยังอยู่ในขั้นวิจัยและการพิจารณาขึ้นทะเบียน CagriSema ของ Novo Nordisk รวม cagrilintide เข้ากับ semaglutide ส่วน Retatrutide ของ Eli Lilly ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสามชนิด ต่างจาก Mounjaro ที่ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสองชนิด ณ เดือนสิงหาคม 2026 ทั้งคู่ยังไม่มีจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในไทย
CagriSema คืออะไร ทำงานอย่างไร
CagriSema คือยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งของบริษัท Novo Nordisk ที่รวมตัวยาสองชนิดไว้ในเข็มเดียว ได้แก่ cagrilintide 2.4 มก. และ semaglutide 2.4 มก. จุดที่ทำให้ยาตัวนี้ได้รับความสนใจคือการเพิ่มกลไกใหม่เข้ามานอกเหนือจาก GLP-1 ที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว
semaglutide คือตัวยาเดียวกับที่ใช้ในปากกาชื่อการค้า Wegovy และ Ozempic ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังกินอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ ส่วน cagrilintide เป็นตัวใหม่ในสมการ มันคือสารเลียนแบบฮอร์โมน อะไมลิน (amylin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนหลั่งออกมาพร้อมอินซูลินหลังมื้ออาหาร และทำหน้าที่ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังก้านสมองผ่านเส้นทางที่ต่างจาก GLP-1 อะไมลินตามธรรมชาติสลายตัวเร็วมาก cagrilintide จึงถูกออกแบบให้อยู่ในร่างกายได้นานพอสำหรับการฉีดสัปดาห์ละครั้ง
พูดง่าย ๆ คือ CagriSema พยายามส่งสัญญาณความอิ่มสองทางพร้อมกัน แทนที่จะพึ่งเส้นทาง GLP-1 ทางเดียวแบบยารุ่นก่อน แนวคิดนี้คล้ายกับที่ Mounjaro ใช้ คือรวมกลไกมากกว่าหนึ่งไว้ในยาเข็มเดียว ต่างกันที่ Mounjaro เลือกจับคู่ GLP-1 กับ GIP ส่วน CagriSema เลือกจับคู่ GLP-1 กับอะไมลิน
Retatrutide คืออะไร ต่างจากยา GLP-1 เดิมตรงไหน
Retatrutide (รหัสวิจัย LY3437943) คือยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งของบริษัท Eli Lilly ที่ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสามชนิดในโมเลกุลเดียว จึงถูกเรียกว่า triple agonist หรือยาออกฤทธิ์สามกลไก ตัวรับทั้งสามคือ GIP, GLP-1 และ glucagon
สองตัวแรกเป็นกลไกเดียวกับที่ Mounjaro ใช้อยู่ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือตัวรับ glucagon ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ยาตัวนี้ต่างจากยาในกลุ่มเดิมอย่างชัดเจน glucagon เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และเกี่ยวข้องกับการดึงพลังงานสำรองมาใช้ การกระตุ้นตัวรับนี้ในบริบทของยาควบคุมน้ำหนักจึงมุ่งไปที่ฝั่ง “การใช้พลังงาน” ของสมการ ขณะที่ GLP-1 และ GIP ทำงานหลักอยู่ที่ฝั่ง “ความอยากอาหารและความอิ่ม”
ข้อมูลระยะที่ 2 ของ Retatrutide ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อปี 2023 โดยรายงานว่าที่สัปดาห์ที่ 48 ผู้เข้าร่วมที่ได้รับยา 12 มก. มีน้ำหนักลดลงตั้งแต่ 15% ขึ้นไปในสัดส่วน 83% ของกลุ่ม เทียบกับ 2% ในกลุ่มยาหลอก (Jastreboff et al., NEJM 2023) จากนั้นจึงเข้าสู่การศึกษาระยะที่ 3 ในชื่อโปรแกรม TRIUMPH ซึ่งทยอยรายงานผลตลอดปี 2026 ทั้งนี้ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างในเงื่อนไขวิจัย ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้คาดการณ์ผลของแต่ละบุคคลได้
CagriSema กับ Retatrutide ต่างจาก Mounjaro อย่างไร
ความต่างหลักอยู่ที่สามเรื่อง คือ กลไกที่ออกฤทธิ์ บริษัทผู้พัฒนา และที่สำคัญที่ใช้ตัดสินใจได้จริงในวันนี้คือ สถานะการอนุมัติ โดย Mounjaro เป็นตัวเดียวในสามตัวที่ขึ้นทะเบียนและใช้ได้จริงแล้วภายใต้การดูแลของแพทย์
| หัวข้อ | CagriSema | Retatrutide | Mounjaro (tirzepatide) |
|---|---|---|---|
| กลไก | GLP-1 + amylin (ยา 2 ชนิดรวมกัน) | GIP + GLP-1 + glucagon (โมเลกุลเดียว 3 กลไก) | GIP + GLP-1 (โมเลกุลเดียว 2 กลไก) |
| ตัวยา | cagrilintide 2.4 มก. + semaglutide 2.4 มก. | retatrutide (LY3437943) | tirzepatide |
| บริษัท | Novo Nordisk | Eli Lilly | Eli Lilly |
| รูปแบบ | ฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้ง | ฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้ง | ปากกาฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละครั้ง |
| สถานะการอนุมัติ (ส.ค. 2026) | ยื่นคำขอต่อ อย. สหรัฐฯ เมื่อ 18 ธ.ค. 2025 อยู่ระหว่างพิจารณา ยังไม่อนุมัติในประเทศใด | อยู่ในการศึกษาระยะที่ 3 บริษัทระบุแผนยื่นคำขอกับ อย. สหรัฐฯ ไตรมาสแรกปี 2027 | ขึ้นทะเบียนแล้วในหลายประเทศรวมถึงไทย |
| สถานะในไทย | ยังไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนกับ อย. | ยังไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนกับ อย. | เป็นยาควบคุม สั่งจ่ายโดยแพทย์ |
| ข้อมูลระยะยาว | REDEFINE 1, 2 และ 4 | โปรแกรม TRIUMPH | ใช้จริงในเวชปฏิบัติมาหลายปี |
ประเด็นสำคัญที่ตารางนี้บอกคือ สองตัวแรกยังเป็นข่าววิจัย ไม่ใช่ทางเลือกการรักษาที่มีอยู่จริงในวันนี้ ผู้ที่กำลังพิจารณาเรื่องน้ำหนักอยู่ตอนนี้ยังต้องตัดสินใจจากยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วเป็นหลัก อ่านการเทียบตัวยาที่มีใช้จริงได้ที่ Mounjaro Wegovy Ozempic ต่างกันอย่างไร
ผลการศึกษาของทั้งสองตัวรายงานอะไรไว้บ้าง
ข้อมูลด้านล่างนี้เป็น ผลการศึกษาวิจัย ไม่ใช่คำสัญญาถึงผลลัพธ์ของผู้ใช้รายบุคคล ทุกตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกตามเกณฑ์วิจัย และวัดภายใต้การติดตามของทีมวิจัยอย่างใกล้ชิด
ฝั่ง CagriSema ข้อมูลหลักมาจากการศึกษาระยะที่ 3 ชื่อ REDEFINE 1 ในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนโดยไม่มีเบาหวาน จำนวน 3,417 คน ระยะเวลา 68 สัปดาห์ ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine (NEJM 2025) ผลที่รายงานคือน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 20.4% เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่ 3.0% และเมื่อวัดในเงื่อนไขที่สมมติว่าใช้ยาต่อเนื่องครบตามแผน ตัวเลขอยู่ที่ 22.7% เทียบกับ 2.3% นอกจากนี้ยังมี REDEFINE 2 ในผู้ที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 1,206 คน
จุดที่ควรพูดถึงด้วยความตรงไปตรงมาคือการศึกษา REDEFINE 4 ซึ่งเป็นการเทียบ CagriSema กับ tirzepatide 15 มก. ที่ใช้ในการศึกษาแบบตัวต่อตัวในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน 809 คน ที่ 84 สัปดาห์ กลุ่ม CagriSema มีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 23.0% เทียบกับ 25.5% ในกลุ่ม tirzepatide (ขนาดที่ใช้ในเงื่อนไขวิจัย การใช้จริงแพทย์จะปรับขนาดเป็นรายบุคคล) ซึ่งหมายความว่าการศึกษานี้ไม่ผ่านเกณฑ์ non-inferiority ที่ตั้งไว้ (ข่าวประชาสัมพันธ์ Novo Nordisk, ก.พ. 2026) ข้อสรุปที่ได้จึงไม่ใช่ว่ายารุ่นใหม่ให้ผลมากกว่ายาเดิมโดยอัตโนมัติ
ฝั่ง Retatrutide โปรแกรม TRIUMPH รายงานผลระยะที่ 3 ออกมาสามการศึกษาในปี 2026 ได้แก่
- TRIUMPH-1 (พ.ค. 2026) ผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินร่วมกับภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2,339 คน ที่ 80 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 19.0% ที่ขนาด 4 มก., 25.9% ที่ 9 มก. และ 28.3% ที่ 12 มก. เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่ 2.2%
- TRIUMPH-2 (ก.ค. 2026) ผู้ที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมด้วย จำนวน 1,152 คน ที่ 80 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 12.7% ถึง 20.8% ตามขนาดยา พร้อมค่าน้ำตาลสะสม (A1C) ลดลงเฉลี่ย 1.4–1.6% ตามขนาดยา
- TRIUMPH-3 (ก.ค. 2026) ผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรงร่วมกับโรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 1,949 คน ที่ 80 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 21.6% ถึง 22.6%
ขนาดยาในการศึกษาถูกให้ภายใต้โปรโตคอลวิจัยและการติดตามของทีมแพทย์ ไม่ใช่แนวทางการใช้ยาด้วยตนเอง
การนำตัวเลขจากคนละการศึกษามาเรียงเทียบกันว่า “ตัวไหนลดได้มากกว่า” ไม่ใช่วิธีอ่านข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะแต่ละการศึกษาใช้กลุ่มประชากร ระยะเวลา และวิธีคำนวณผลที่ต่างกัน สิ่งที่พอสรุปได้คือยาทั้งสองกลุ่มให้ผลไปในทิศทางเดียวกับยา GLP-1 ที่ใช้อยู่ และผลลัพธ์จริงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐาน ขนาดยาที่ทนได้ และการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
ผลข้างเคียงที่รายงานในการศึกษามีอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงของยาทั้งสองตัวอยู่ในกลุ่มเดียวกับยา GLP-1 ที่ใช้อยู่แล้ว คืออาการทางเดินอาหารเป็นหลัก ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก และเบื่ออาหาร มักพบมากในช่วงเริ่มยาหรือช่วงปรับขนาดยาขึ้น และมีแนวโน้มลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว
ในการศึกษา TRIUMPH-1 กลุ่มที่ได้รับ Retatrutide 12 มก. รายงานอาการคลื่นไส้ 42.4% เทียบกับ 14.8% ในกลุ่มยาหลอก ท้องเสีย 32.0% เทียบกับ 13.5% และมีผู้หยุดยาเพราะผลข้างเคียง 11.3% เทียบกับ 4.9% ตัวเลขชุดนี้สำคัญไม่แพ้ตัวเลขน้ำหนัก เพราะสะท้อนว่ายาที่ออกฤทธิ์หลายกลไกพร้อมกันก็มาพร้อมภาระด้านผลข้างเคียงที่ผู้ใช้บางส่วนทนไม่ไหว ส่วนฝั่ง CagriSema รายงานว่าอาการที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
ยากลุ่มนี้ยังมีข้อห้ามใช้และข้อควรระวังเฉพาะ เช่น ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด รายการนี้ไม่ครบถ้วน และเป็นเหตุผลว่าทำไมยากลุ่มนี้จึงต้องเริ่มและปรับขนาดภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่การปรับเองตามความรู้สึก อ่านรายละเอียดผลข้างเคียงของยาที่ใช้จริงในไทยได้ที่ ผลข้างเคียงของ Mounjaro
CagriSema และ Retatrutide จะเข้าไทยเมื่อไหร่
คำตอบตรง ๆ คือยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน และยังเร็วเกินกว่าจะคาดการณ์วันได้
Novo Nordisk ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน CagriSema ต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2025 โดยบริษัทคาดว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นภายในปี 2026 ซึ่งหมายความว่า ณ เดือนสิงหาคม 2026 ยานี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้รับอนุมัติในประเทศใด ส่วน Eli Lilly ระบุแผนยื่นคำขอขึ้นทะเบียน Retatrutide กับ อย. สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2027 ซึ่งเป็นแผนที่ยังไม่เกิดขึ้น
ต่อให้ได้รับอนุมัติในสหรัฐฯ แล้ว การเข้ามาในไทยยังต้องผ่านอีกขั้นตอนหนึ่ง คือผู้ผลิตต้องยื่นขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย ซึ่งใช้เวลาต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ และปัจจุบันยังไม่มีการประกาศกำหนดการสำหรับยาทั้งสองตัวนี้ ใครที่เห็นโฆษณาระบุวันวางจำหน่ายในไทยอย่างเจาะจง ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
ทำไมไม่ควรสั่งยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนทางออนไลน์
เพราะยาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติในประเทศใดเลย ย่อมไม่มีช่องทางจำหน่ายที่ถูกกฎหมายอยู่จริง ทั้งในไทยและต่างประเทศ สิ่งที่ถูกเสนอขายภายใต้ชื่อ CagriSema หรือ Retatrutide ทางออนไลน์ ไม่ว่าจะมาในรูปปากกาสำเร็จรูป ขวดผงแห้ง หรือที่มักติดป้ายว่า “research peptide” จึงไม่ได้มาจากสายการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
ความเสี่ยงที่ตามมามีหลายชั้น ตัวยาอาจไม่ใช่สารที่ระบุไว้จริง ความเข้มข้นอาจไม่ตรงกับฉลาก การเก็บรักษาและการขนส่งอาจไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิ และผู้ใช้ต้องผสมยาและกำหนดขนาดเอง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผิดพลาดได้ง่ายและไม่มีใครติดตามอาการให้ กรณีเหล่านี้ต่างจากการรับยาที่ขึ้นทะเบียนจากสถานพยาบาลอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อเกิดผลข้างเคียง จะไม่มีทั้งข้อมูลตัวยาที่แน่ชัดและผู้รับผิดชอบทางการแพทย์
หลักการสังเกตเดียวกับที่เราเคยสรุปไว้ในเรื่องการดูยาปากกาของแท้ ใช้ได้กับกรณีนี้ด้วย โดยมีข้อเพิ่มเติมที่ตรงไปตรงมากว่า คือถ้ายายังไม่ได้รับอนุมัติที่ไหนในโลก ก็ไม่มี “ของแท้” ให้ซื้อตั้งแต่ต้น สัญญาณเตือนที่พบบ่อยได้แก่
- ขายได้โดยไม่ต้องพบแพทย์และไม่มีการซักประวัติสุขภาพ
- อ้างว่าเป็นยาที่ “ยังไม่เข้าไทย” หรือ “หิ้วมาจากต่างประเทศ”
- ขายเป็นขวดผงให้ผู้ซื้อผสมเอง พร้อมคำแนะนำขนาดยาแบบลอย ๆ
- ไม่มีเลขทะเบียนยาหรือเอกสารกำกับยาที่ตรวจสอบได้
- โฆษณาด้วยตัวเลขน้ำหนักที่ลดได้ในเวลาสั้นผิดปกติ
- ขายผ่านบัญชีส่วนตัวหรือช่องทางที่ไม่ใช่สถานพยาบาล
ตอนนี้ในไทยมีทางเลือกอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเรื่องน้ำหนักอยู่ในตอนนี้ ทางเลือกที่มีอยู่จริงคือยากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีดที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยแล้ว ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามข้อบ่งใช้และสุขภาพของแต่ละคน เช่น tirzepatide ในชื่อการค้า Mounjaro ซึ่งออกฤทธิ์ที่ตัวรับ GIP และ GLP-1 และ semaglutide ในชื่อการค้า Wegovy ซึ่งออกฤทธิ์ที่ตัวรับ GLP-1 ทั้งหมดนี้เป็นยาควบคุมที่ต้องสั่งจ่ายและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
อีกความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามคือฝั่งยาเม็ด ซึ่งเดินหน้าไปไกลกว่ายาฉีดสองตัวในบทความนี้ในแง่ของการอนุมัติ อ่านสรุปได้ที่ ยาเม็ด GLP-1 (Orforglipron) คืออะไร
สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ระยะยาวมากกว่าชื่อตัวยา คือแผนการดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การประเมินสุขภาพก่อนเริ่ม การติดตามผลและผลข้างเคียงเป็นระยะ ไปจนถึงการวางแผนพฤติกรรมการกินหลังหยุดยา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากสนใจโปรแกรมดูแลน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ ที่ Onnyx Clinic เริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนเสมอ ปากกา Mounjaro เริ่มต้น 2,499.- คลินิกมีปากกาขนาด 2.5 มก. และ 5 มก. ตามที่แพทย์กำหนด ปรึกษาแพทย์ได้ทาง LINE: @onnyxclinic หรือโทร 092-789-0742
คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนคิดถึงยาตัวใหม่
เวลามีข่าวยาใหม่ออกมา คำถามที่มีประโยชน์ไม่ใช่ “ตัวไหนลดได้เยอะกว่า” แต่เป็นคำถามที่เชื่อมข้อมูลวิจัยเข้ากับสุขภาพของตัวเอง ลองใช้ชุดคำถามนี้ในห้องตรวจ
- สุขภาพของฉันตอนนี้เข้าเกณฑ์ที่ควรใช้ยาควบคุมน้ำหนักหรือยัง หรือควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและตรวจหาสาเหตุอื่นก่อน
- ยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วในไทยตัวไหนเหมาะกับฉันมากกว่า เมื่อดูจากโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการแพ้
- ตัวเลขในข่าวมาจากการศึกษาแบบไหน ประชากรในการศึกษาใกล้เคียงกับฉันหรือไม่ และวัดผลที่กี่สัปดาห์
- ผลข้างเคียงที่ฉันมีโอกาสเจอคืออะไร และถ้าเจอแล้วควรทำอย่างไร ต้องหยุดยาเลยหรือปรับขนาด
- แผนติดตามผลเป็นอย่างไร ต้องเจาะเลือดหรือตรวจอะไรก่อนเริ่มและระหว่างใช้บ้าง
- ถ้าหยุดยาแล้วจะวางแผนต่ออย่างไร เพื่อไม่ให้น้ำหนักกลับมาเป็นวงจร
- ค่าใช้จ่ายรวมตลอดแผนการดูแลประมาณเท่าไร เพราะเป็นการรักษาที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วเลิก
คำถามข้อที่ควรเลี่ยงคือการขอให้แพทย์สั่งยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน เพราะแพทย์ไม่สามารถสั่งจ่ายยาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติได้ และคลินิกที่รับทำให้ควรเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าจุดขาย
แหล่งอ้างอิง
- Coadministered Cagrilintide and Semaglutide in Adults with Overweight or Obesity — REDEFINE 1 (NEJM)
- ข่าวประชาสัมพันธ์ Novo Nordisk: การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน CagriSema ต่อ อย. สหรัฐฯ (18 ธ.ค. 2025)
- ข่าวประชาสัมพันธ์ Novo Nordisk: ผลการศึกษา REDEFINE 4 เทียบ CagriSema กับ tirzepatide ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายหลักของการศึกษา (23 ก.พ. 2026)
- Triple–Hormone-Receptor Agonist Retatrutide for Obesity — A Phase 2 Trial (NEJM, 2023)
- ข่าวประชาสัมพันธ์ Eli Lilly: ผลการศึกษาระยะที่ 3 TRIUMPH-1 ของ retatrutide (21 พ.ค. 2026)
- ข่าวประชาสัมพันธ์ Eli Lilly: ผลการศึกษาระยะที่ 3 TRIUMPH-2 และ TRIUMPH-3 ของ retatrutide (23 ก.ค. 2026)
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ยาที่กล่าวถึงเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
CagriSema คืออะไร +
CagriSema คือยาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งของบริษัท Novo Nordisk ที่รวมตัวยาสองชนิดไว้ในเข็มเดียว ได้แก่ cagrilintide 2.4 มก. ซึ่งเป็นสารเลียนแบบฮอร์โมนอะไมลิน (amylin analogue) และ semaglutide 2.4 มก. ซึ่งเป็นยากลุ่ม GLP-1 ที่ใช้อยู่แล้วในชื่อการค้า Wegovy ปัจจุบันยังเป็นยาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานกำกับดูแล ยังไม่ได้รับอนุมัติให้จำหน่าย
Retatrutide ต่างจาก Mounjaro อย่างไร +
Mounjaro (tirzepatide) ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสองชนิดคือ GIP และ GLP-1 ส่วน Retatrutide ของ Eli Lilly ออกฤทธิ์ที่ตัวรับสามชนิดคือ GIP, GLP-1 และ glucagon โดยกลไกที่เพิ่มเข้ามาคือการกระตุ้นตัวรับ glucagon ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของร่างกาย ความต่างสำคัญอีกข้อคือ Mounjaro ขึ้นทะเบียนและใช้จริงแล้วภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วน Retatrutide ยังเป็นยาวิจัยที่ยังไม่ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียน
CagriSema และ Retatrutide จะเข้าไทยเมื่อไหร่ +
ยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน ณ เดือนสิงหาคม 2026 CagriSema อยู่ระหว่างการพิจารณาของ อย. สหรัฐฯ หลังยื่นคำขอเมื่อธันวาคม 2025 ส่วน Eli Lilly ระบุแผนยื่นคำขอขึ้นทะเบียน Retatrutide กับ อย. สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2027 การเข้ามาในไทยต้องผ่านการยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีการประกาศกำหนดการ
สั่งซื้อ CagriSema หรือ Retatrutide ทางออนไลน์ได้ไหม +
ไม่ได้ และไม่ควรทำ ยาทั้งสองตัวยังไม่ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศใด จึงไม่มีช่องทางจำหน่ายที่ถูกกฎหมายทั้งในไทยและต่างประเทศ สิ่งที่ขายทางออนไลน์โดยอ้างชื่อเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นปากกา ขวดผง หรือ 'research peptide' ล้วนตรวจสอบแหล่งผลิต ความเข้มข้นของตัวยา และการเก็บรักษาไม่ได้ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง
ตอนนี้ถ้าสนใจการควบคุมน้ำหนักด้วยยา มีทางเลือกอะไรบ้าง +
ควรเริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเสมอ ปัจจุบันในไทยมียากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีดที่ขึ้นทะเบียนแล้วให้แพทย์พิจารณาตามข้อบ่งใช้ เช่น tirzepatide (Mounjaro) และ semaglutide (Wegovy) ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ยารุ่นใหม่แปลว่าได้ผลมากกว่ายาเดิมเสมอหรือไม่ +
ไม่เสมอไป ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการศึกษา REDEFINE 4 ซึ่งเปรียบเทียบ CagriSema กับ tirzepatide 15 มก. ที่ใช้ในการศึกษาโดยตรง แล้วพบว่า CagriSema ไม่ผ่านเกณฑ์ non-inferiority ที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ตัวเลขจากการศึกษาคนละฉบับวัดในประชากรและเงื่อนไขต่างกัน จึงนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ การเลือกยาจึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic
ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005
ทบทวนล่าสุด 15 สิงหาคม 2569
แพทย์ →บทความที่เกี่ยวข้อง
รูปร่าง ลดน้ำหนัก
GLP-1 แบบเม็ด vs แบบฉีดปากกา ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
เปรียบเทียบยา GLP-1 แบบเม็ดกับแบบฉีดปากกา ต่างกันที่ความถี่ วิธีใช้ และสถานะ อย. ไทย ปี 2026 แบบไหนใช้ได้จริงวันนี้ พร้อมปัจจัยที่แพทย์ใช้เลือก
รูปร่าง ลดน้ำหนัก
Orforglipron vs มอนจาโร ต่างกันอย่างไร ยาเม็ด GLP-1 มาไทยเมื่อไหร่
เทียบ Orforglipron ยาเม็ด GLP-1 ตัวใหม่กับปากกาฉีดมอนจาโร (Mounjaro) — กลไก ความถี่ ผลการศึกษา ผลข้างเคียง และสถานะในไทยปี 2026 ควรรอยาเม็ดหรือปรึกษาแพทย์ก่อนดี
รูปร่าง ลดน้ำหนัก
ยาเม็ด GLP-1 (Orforglipron) คืออะไร ต่างจากปากกาฉีดอย่างไร
รู้จัก Orforglipron ยาเม็ด GLP-1 ชนิดโมเลกุลเล็ก อนุมัติในสหรัฐฯ ปี 2026 ต่างจากปากกาฉีด Mounjaro/Wegovy อย่างไร และสถานะการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย