ฉีดสลายไขมัน (เมโสแฟต) คืออะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง
ฉีดสลายไขมันหรือเมโสแฟตคืออะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง เห็นผลกี่ครั้ง อยู่ได้นานไหม และข้อควรระวัง อธิบายโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ฉีดสลายไขมันหรือเมโสแฟต คือการฉีดยาเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด เพื่อให้สารออกฤทธิ์ทำลายผนังเซลล์ไขมันบริเวณนั้นจนสลายตัว แล้วร่างกายค่อย ๆ กำจัดออกไป จุดประสงค์คือจัดการไขมันสะสมเป็นกระเปาะเฉพาะที่ เช่น ใต้คาง เหนียง หรือแก้ม ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัว ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฉีดสลายไขมัน หรือเมโสแฟต คืออะไร
เมโสแฟต (Mesofat) เป็นชื่อเรียกทั่วไปของการฉีดสารสลายไขมันเฉพาะจุดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง สารที่ใช้และมีข้อมูลการศึกษารองรับมากในกลุ่มนี้คือ deoxycholic acid (DCA) ซึ่งเป็นกรดน้ำดีที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำหน้าที่ช่วยย่อยและดูดซึมไขมันจากอาหาร เมื่อนำมาสังเคราะห์และฉีดเข้าชั้นไขมันเฉพาะจุด สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายผนังเซลล์ไขมันในบริเวณที่ฉีด
ในต่างประเทศ deoxycholic acid ในชื่อการค้า Kybella (ATX-101) ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในปี ค.ศ. 2015 ให้ใช้ลดไขมันใต้คาง (submental fat) ระดับปานกลางถึงมากในผู้ใหญ่ ถือเป็นยาฉีดชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติสำหรับวัตถุประสงค์นี้
จุดสำคัญที่ควรเข้าใจคือ ฉีดสลายไขมันเป็นการจัดการไขมัน “เฉพาะจุด” ที่เป็นกระเปาะดื้อต่อการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร ไม่ใช่เครื่องมือลดน้ำหนักทั้งร่างกาย ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักโดยรวมยังต้องอาศัยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเป็นพื้นฐาน วิธีนี้จึงเหมาะกับคนที่น้ำหนักค่อนข้างคงที่แล้ว แต่ยังมีไขมันสะสมเป็นจุดที่ต้องการปรับรูปร่างเฉพาะที่ และควรผ่านการประเมินจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนเสมอ
ฉีดสลายไขมันทำงานอย่างไร
หลักการทำงานของการฉีดสลายไขมันด้วย deoxycholic acid คือ เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง สารจะเข้าไปรบกวนและทำลายผนังเยื่อหุ้มเซลล์ไขมัน (adipocyte membrane) ทำให้เซลล์ไขมันแตกและตายลง จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ ส่งเซลล์ที่ถูกทำลายไปกำจัดออกผ่านกระบวนการอักเสบและการเก็บกวาดตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดอาการบวมในช่วงแรกหลังฉีด
เนื่องจากสารออกฤทธิ์ค่อนข้างจำเพาะกับเซลล์ไขมัน การฉีดจึงต้องทำในชั้นและตำแหน่งที่ถูกต้องโดยแพทย์ เพราะหากฉีดผิดชั้นหรือใกล้โครงสร้างสำคัญ เช่น เส้นประสาท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ ในข้อมูลการศึกษาระบุขนาดยาที่ใช้บริเวณใต้คางอยู่ที่ประมาณ 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร ฉีดเป็นจุด ๆ ห่างกันประมาณ 1 เซนติเมตร และเว้นระยะการทำแต่ละครั้งราว 28 วัน
ผลของกระบวนการนี้จึงค่อย ๆ ปรากฏ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด เพราะต้องอาศัยเวลาให้ร่างกายกำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายออกไป และมักต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น โดยผลลัพธ์ในแต่ละคนแตกต่างกันตามปริมาณไขมัน ตำแหน่ง และการตอบสนองของร่างกาย
ฉีดสลายไขมันจุดไหนได้บ้าง
บริเวณที่นิยมฉีดสลายไขมันมักเป็นจุดที่มีไขมันสะสมเป็นกระเปาะและดื้อต่อการลดด้วยวิธีทั่วไป ตำแหน่งที่มีข้อมูลรองรับชัดเจนคือใต้คางหรือเหนียง ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ เช่น แก้ม ต้นแขน หรือหน้าท้อง เป็นการใช้นอกข้อบ่งชี้หลัก (off-label) ที่บางคลินิกให้บริการ จึงควรปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมเป็นรายกรณี
| บริเวณที่นิยมฉีด | หมายเหตุ/ข้อจำกัด |
|---|---|
| เหนียง / ใต้คาง | บริเวณที่มีข้อมูลการศึกษารองรับมาก ต้องระวังตำแหน่งเส้นประสาทบริเวณกราม การฉีดผิดตำแหน่งอาจทำให้มุมปากเบี้ยวชั่วคราว |
| แก้ม | เป็นการใช้นอกข้อบ่งชี้หลัก ต้องประเมินอย่างระมัดระวังเพราะใบหน้ามีโครงสร้างและไขมันที่ช่วยพยุงรูปหน้า การลดมากเกินไปอาจทำให้ดูตอบ |
| หน้าท้อง / สีข้าง | ใช้กับไขมันเป็นกระเปาะเฉพาะจุด ไม่ใช่ไขมันทั้งหน้าท้อง อาจต้องฉีดหลายครั้งและหลายจุด ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล |
| ต้นแขน | เหมาะกับไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ไม่มากนัก ต้องประเมินผิวหนังและความหย่อนคล้อยร่วมด้วย |
สิ่งที่ควรเข้าใจคือ การฉีดสลายไขมันได้ผลดีกับไขมันที่เป็นกระเปาะชัดเจนและมีปริมาณไม่มากเกินไป หากเป็นไขมันสะสมมากหรือมีผิวหนังหย่อนคล้อยร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นหรือการดูแลร่วมที่เหมาะสมกว่า
ฉีดสลายไขมันเห็นผลกี่ครั้ง
โดยทั่วไปการฉีดสลายไขมันไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงเต็มที่ ส่วนใหญ่ต้องทำเป็นคอร์สหลายครั้ง ห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลากำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายในแต่ละรอบ ในการศึกษาของ deoxycholic acid บริเวณใต้คาง ผู้เข้าร่วมได้รับการฉีดได้สูงสุดถึง 6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เดือน
ในแง่ของผลลัพธ์ การศึกษาแบบ double-blind ที่มีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอกในช่วง 12 สัปดาห์ พบว่าประมาณ 70% ของผู้ที่ได้รับยาจริงมีคะแนนไขมันใต้คางดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ และราว 13.4% ดีขึ้น 2 ระดับ ขณะที่กลุ่มยาหลอกไม่พบการเปลี่ยนแปลง ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลจากการศึกษาเฉพาะบริเวณใต้คาง และผลในแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน
จำนวนครั้งที่เหมาะสมจึงควรให้แพทย์ผู้มีประสบการณ์ประเมินจากบริเวณที่ทำ ปริมาณไขมัน และการตอบสนองหลังการฉีดแต่ละครั้ง ไม่ใช่กำหนดตายตัวเหมือนกันทุกคน ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฉีดสลายไขมันอยู่ได้นานไหม กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม
เมื่อเซลล์ไขมันบริเวณที่ฉีดถูกทำลายและร่างกายกำจัดออกไปแล้ว เซลล์ไขมันส่วนนั้นจะไม่สร้างขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งเดิม จึงอาจเรียกได้ว่าเซลล์ที่หายไปนั้นไม่กลับมา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างตรงไปตรงมาคือ เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่ในบริเวณนั้นและทั่วร่างกายยังสามารถขยายขนาดได้ หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
ดังนั้นแม้เซลล์เดิมจะไม่กลับมา แต่หากดูแลน้ำหนักและไลฟ์สไตล์ไม่ดี ไขมันบริเวณนั้นก็อาจดูกลับมาเพิ่มขึ้นได้จากเซลล์ที่เหลือขยายตัว การรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่จึงขึ้นอยู่กับการควบคุมน้ำหนัก การกินอาหาร และการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วไม่ต้องดูแลต่อ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผลข้างเคียงของการฉีดสลายไขมัน บวมกี่วัน
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังฉีดสลายไขมันมักเป็นอาการเฉพาะที่บริเวณที่ฉีด และส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ได้แก่
- อาการบวม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย มักเห็นชัดในช่วงไม่กี่วันแรกและอาจอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- กดเจ็บหรือปวดบริเวณที่ฉีด
- รอยช้ำ แดง หรือรู้สึกอุ่นบริเวณนั้น
- ก้อนแข็งใต้ผิวหนัง (induration) ที่อาจคลำได้ชั่วคราว
- อาการชาบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น
ในบางคนอาการบวมหรือแข็งอาจอยู่นานกว่าหนึ่งเดือนได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อยแต่ควรทราบ เช่น บริเวณใต้คางอาจเกิดภาวะเส้นประสาท marginal mandibular บาดเจ็บชั่วคราว ซึ่งในการศึกษาพบประมาณ 2.1% ทำให้มุมปากเบี้ยวหรือยิ้มไม่สมมาตรชั่วคราว รวมถึงโอกาสเกิดแผลหรือเนื้อเยื่อเสียหายบริเวณที่ฉีดในกรณีที่พบได้น้อย หากมีอาการปวดมากขึ้น แดงร้อน มีไข้ หรืออาการผิดปกติอื่น ควรรีบกลับมาพบแพทย์
ใครไม่ควรฉีดสลายไขมัน
การฉีดสลายไขมันไม่เหมาะกับทุกคน กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน ได้แก่
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยรองรับมากพอ
- ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่เคยผ่าตัดบริเวณใต้คางหรือลำคอด้านหน้า มีปัญหาเส้นประสาทใบหน้า หรือมีภาวะกลืนลำบาก โดยเฉพาะเมื่อจะฉีดบริเวณใต้คาง
- ผู้ที่คาดหวังว่าจะใช้เป็นวิธีลดน้ำหนักทั้งตัว ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการรักษา
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาบางชนิด ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
การประเมินก่อนทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จึงสำคัญมาก เพื่อพิจารณาว่าบริเวณที่ต้องการทำเหมาะกับวิธีนี้หรือไม่ และเพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
ความปลอดภัยและของแท้
ความปลอดภัยของการฉีดสลายไขมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ ความเหมาะสมของผู้รับบริการ และเทคนิคของแพทย์ ข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจำนวนมากพบว่า deoxycholic acid มีผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการเฉพาะที่และไม่รุนแรง ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ผู้รับบริการสามารถสอบถามคลินิกถึงชื่อผลิตภัณฑ์ ที่มา และการเปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้าได้ การเลือกคลินิกที่ให้ข้อมูลโปร่งใสและมีแพทย์ดูแลตลอดกระบวนการ เป็นแนวทางที่ช่วยให้มั่นใจมากขึ้น
หากต้องการดูแลรูปหน้าหรือใบหน้าด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ฟิลเลอร์ใต้ตา และ ฉีดโบลดกราม หรือดูรายละเอียดบริการ ฉีดสลายไขมัน ของเรา
แหล่งอ้างอิง
- FDA approval label — Deoxycholic Acid (Kybella/ATX-101)
- Efficacy, safety, and potential industry bias in using deoxycholic acid for submental fat reduction — systematic review and meta-analysis (PMC)
- Uncommon Adverse Effects of Deoxycholic Acid Injection for Submental Fullness (PubMed)
- The Role of Fat Reducing Agents on Adipocyte Death and Adipose Tissue Inflammation (PMC)
- Deoxycholic acid (subcutaneous route) — Mayo Clinic
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
สนใจปรึกษาเรื่องการดูแลรูปหน้าและไขมันเฉพาะจุด สามารถสอบถามข้อมูลและนัดประเมินกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ได้ทาง LINE @onnyxclinic ทีมงานยินดีให้คำแนะนำที่เหมาะกับคุณเป็นรายบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดสลายไขมันกับลดน้ำหนักต่างกันอย่างไร +
ฉีดสลายไขมันออกแบบมาเพื่อจัดการไขมันสะสมเป็นกระเปาะเฉพาะจุด เช่น ใต้คางหรือเหนียง ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักหรือลดไขมันทั้งตัว หากต้องการลดน้ำหนักโดยรวม การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายยังเป็นพื้นฐานสำคัญ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฉีดสลายไขมันเจ็บไหม +
ระหว่างฉีดอาจรู้สึกแสบหรือร้อนบริเวณที่ฉีดได้ และหลังฉีดมักมีอาการบวม กดเจ็บ หรือชาเป็นเรื่องปกติในช่วงแรก แพทย์อาจใช้ยาชาเฉพาะที่หรือประคบเย็นเพื่อช่วยลดความรู้สึก ระดับความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ฉีดสลายไขมันกี่ครั้งถึงเห็นผล +
โดยทั่วไปมักต้องฉีดหลายครั้ง ห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปริมาณไขมัน และการตอบสนองของแต่ละคน ในการศึกษาของ deoxycholic acid บริเวณใต้คางมีการให้ได้สูงสุดถึง 6 ครั้ง ควรให้แพทย์ประเมินจำนวนที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
หลังฉีดบวมกี่วัน +
อาการบวมเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย มักเห็นชัดในช่วงไม่กี่วันแรกและอาจอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ในบางคนอาการบวมหรือแข็งอาจอยู่นานกว่านั้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น แดงร้อน หรือมีไข้ ควรรีบกลับมาพบแพทย์
ผลของการฉีดสลายไขมันอยู่ได้นานไหม +
เมื่อเซลล์ไขมันบริเวณที่ฉีดถูกสลายและร่างกายกำจัดออกไปแล้ว เซลล์ไขมันส่วนนั้นจะไม่กลับมา แต่เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ยังขยายขนาดได้หากน้ำหนักเพิ่มขึ้น ดังนั้นการดูแลน้ำหนักและไลฟ์สไตล์จึงมีผลต่อความต่อเนื่องของผลลัพธ์ ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic
ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005
ทบทวนล่าสุด 28 มิถุนายน 2569
แพทย์ →บทความที่เกี่ยวข้อง
ฉีดเติม ปรับรูปหน้า
ฉีดโบลดกราม คืออะไร เห็นผลกี่วัน อยู่ได้นานแค่ไหน
ฉีดโบลดกรามคืออะไร ช่วยให้หน้าเรียวอย่างไร เห็นผลกี่วัน อยู่ได้นานแค่ไหน และดูแลตัวเองอย่างไร อธิบายโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ฉีดเติม ปรับรูปหน้า
โบท็อกซ์ vs ฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี
โบท็อกซ์กับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร แก้ปัญหาคนละแบบ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ พร้อมตารางเปรียบเทียบ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ฉีดเติม ปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยอะไร อันตรายไหม อยู่ได้กี่เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องร่องใต้ตาและขอบตาคล้ำอย่างไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม อยู่ได้กี่เดือน อธิบายโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic