ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร ยกกระชับได้จริงไหม ดูแลยังไง
ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร เหมาะกับใคร เจ็บไหม อยู่ได้นานแค่ไหน และดูแลหลังทำ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ไฮฟู่ (HIFU) คือหัตถการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงแบบโฟกัส ที่ส่งพลังงานลงสู่ผิวชั้นลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น โดยผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บทความนี้ตรวจทานโดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ในภาษาไทยมักเขียนได้ทั้ง “ไฮฟู่” และ “ไฮฟู” ซึ่งหมายถึงหัตถการเดียวกัน
ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร
ไฮฟู่ ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound หรือคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงแบบโฟกัส เป็นหัตถการยกกระชับผิวหน้าและลำคอแบบไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผล โดยอาศัยการรวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงให้ไปรวมจุดโฟกัสที่ระดับความลึกใต้ผิวที่กำหนดไว้
แนวคิดหลักคือการสร้าง “จุดความร้อนขนาดเล็ก” (thermal coagulation points) ในชั้นผิวที่ลึก โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน เมื่อร่างกายตอบสนองต่อจุดความร้อนเหล่านี้ ก็จะเกิดกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ (neocollagenesis) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับ
จุดเด่นของไฮฟู่เมื่อเทียบกับหัตถการยกกระชับด้วยพลังงานอื่น ๆ คือความสามารถในการ “เล็ง” พลังงานให้ไปรวมตัวที่ระดับความลึกเฉพาะจุด โดยข้ามผ่านผิวชั้นบนไปได้ ทำให้สามารถดูแลชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความเสียหายต่อผิวด้านนอก จึงเป็นหัตถการที่มักไม่มีแผลเปิดและมีช่วงพักฟื้นค่อนข้างสั้น
ในตลาดมีเครื่องไฮฟู่หลายรุ่นและหลายยี่ห้อ หนึ่งในกลุ่มที่พบบ่อยคือเทคโนโลยีอัลตราซาวด์แบบไมโครโฟกัส (Microfocused Ultrasound) เช่น Ultraformer (ผลิตโดย Classys ประเทศเกาหลีใต้) ซึ่งบางรุ่นใช้เทคโนโลยีที่ผสมการปล่อยพลังงานหลายรูปแบบเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็วและสบายขึ้น ทั้งนี้แต่ละเครื่องมีคุณสมบัติ ข้อบ่งใช้ และการรับรองมาตรฐานต่างกัน บางรุ่นได้รับการรับรองในบางประเทศแต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในอีกประเทศหนึ่ง ผู้บริโภคจึงควรสอบถามรายละเอียดรุ่นเครื่องที่ใช้กับสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจ
ไฮฟู่ทำงานอย่างไร (คลื่นอัลตราซาวด์ชั้น SMAS)
หัวใจของไฮฟู่อยู่ที่การส่งพลังงานลงไปถึง “ชั้น SMAS” (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์จัดการในการผ่าตัดดึงหน้า การที่ไฮฟู่เข้าถึงชั้นนี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หัตถการนี้ได้รับความสนใจ
เครื่องไฮฟู่โดยทั่วไปสามารถปล่อยพลังงานได้หลายระดับความลึก ที่พบบ่อยคือ:
- 1.5 มิลลิเมตร — ระดับผิวหนังชั้นบน (epidermis/dermis ตื้น) เน้นเรื่องความเรียบเนียนของผิว
- 3.0 มิลลิเมตร — ระดับหนังแท้ชั้นลึก (deep dermis)
- 4.5 มิลลิเมตร — ระดับชั้น SMAS เน้นการยกกระชับ
เมื่อคลื่นอัลตราซาวด์ไปรวมจุดที่ระดับความลึกเหล่านี้ จะเกิดความร้อนเฉพาะจุดในช่วงประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อเยื่อหดตัวทันทีในระดับหนึ่ง และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมที่นำไปสู่การสร้างคอลลาเจนใหม่ในเดือนถัด ๆ ไป ผลลัพธ์จึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในทันที
แพทย์มักเลือกใช้หัว (cartridge) ที่ระดับความลึกต่างกันในแต่ละบริเวณของใบหน้า เพื่อให้พลังงานลงตรงชั้นที่ต้องการดูแล เช่น ใช้หัว 4.5 มิลลิเมตรกับบริเวณกรอบหน้าและใต้คางที่ต้องการเน้นการยก และใช้หัวที่ตื้นกว่ากับบริเวณที่ผิวบาง การเลือกความลึกและตำแหน่งจึงเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเข้าใจกายวิภาคของใบหน้า เพราะมีบางตำแหน่ง เช่น แนวเส้นประสาทและกล้ามเนื้อบางมัด ที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย
จากการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ พบว่าไฮฟู่ให้ผลด้านการกระชับผิวที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าส่วนล่าง ลำคอ และรอบดวงตา โดยมีรายงานการลดความหย่อนคล้อยของผิวอยู่ในช่วงประมาณ 18–30% ในการศึกษาที่นำมาทบทวน ทั้งนี้ตัวเลขเป็นค่าจากการศึกษาและผลในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน
ไฮฟู่ยกกระชับบริเวณไหนได้บ้าง
ไฮฟู่มักถูกนำมาใช้ดูแลบริเวณใบหน้าและลำคอที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยบริเวณที่นิยมทำได้แก่ กรอบหน้า เหนียง ใต้คาง ลำคอ และบริเวณคิ้ว ทั้งนี้บางตำแหน่ง เช่น รอบดวงตาและขมับ เป็นบริเวณที่ต้องระมัดระวังมากเป็นกรณีไป และควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
ตารางต่อไปนี้สรุปบริเวณที่ไฮฟู่มักดูแลได้ พร้อมผลที่อาจคาดหวัง โดยผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล:
| บริเวณ | ผลที่อาจคาดหวัง |
|---|---|
| กรอบหน้า / แก้ม | ผิวดูกระชับขึ้น ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น |
| เหนียง / ใต้คาง | อาจช่วยให้บริเวณใต้คางดูเรียบและกระชับขึ้น |
| ลำคอ | ผิวคอดูเรียบเนียนและตึงขึ้นในระดับหนึ่ง |
| คิ้ว / หางคิ้ว | อาจช่วยให้หางคิ้วดูยกขึ้นเล็กน้อย |
| ผิวหน้าโดยรวม | กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูมีความยืดหยุ่นขึ้น |
ไฮฟู่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทดแทนการผ่าตัดดึงหน้า ในกรณีที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจแนะนำทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า
ไฮฟู่เหมาะกับใคร
ไฮฟู่อาจเหมาะกับผู้ที่:
- เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณกรอบหน้า เหนียง หรือลำคอ
- ต้องการดูแลความกระชับของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่อยากมีช่วงพักฟื้นนาน
- มีสุขภาพผิวโดยรวมแข็งแรง ไม่มีแผลหรือการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
- เข้าใจว่าผลเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายหรือโลหะฝังในตำแหน่งที่จะทำ ผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ส่งผลต่อการหายของแผล เช่น เบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี หรือภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ การประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนทำจึงสำคัญมาก
ทำไฮฟู่เจ็บไหม
ระหว่างทำไฮฟู่ หลายคนรู้สึกอุ่น ๆ จี๊ด ๆ หรือเสียวลึกเป็นจังหวะในจุดที่ปล่อยพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรืออยู่ใกล้กระดูก ระดับความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและแต่ละบริเวณ
โดยทั่วไปไฮฟู่ไม่ต้องวางยาสลบ แพทย์อาจปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมเพื่อให้รับได้สบายขึ้น และในบางกรณีอาจพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาแก้ปวดตามความเหมาะสม
หลังทำ ผิวอาจมีอาการแดง บวมเล็กน้อย รู้สึกตึง เสียวสัมผัส หรือมีรอยช้ำเล็กน้อยในบางราย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงราวหนึ่งสัปดาห์ ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรทราบ ได้แก่ อาการชาชั่วคราว หรือการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าผิดปกติชั่วคราวในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาท ซึ่งในรายงานส่วนใหญ่มักฟื้นตัวได้เองในเวลาไม่กี่สัปดาห์ การทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่เข้าใจตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง จึงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ หากมีอาการผิดปกติที่รุนแรงหรือเป็นนาน ควรติดต่อสถานพยาบาลที่ทำทันที
ไฮฟู่กี่ช็อต เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน
จำนวนช็อต: “ช็อต” หรือจำนวนเส้น/จุดยิงของไฮฟู่ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ สภาพผิว และแผนการรักษาที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล การทำเต็มหน้าและใต้คางอาจใช้จำนวนเส้นค่อนข้างมาก จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเพื่อกำหนดจำนวนที่เหมาะสม การยิงจำนวนมากเกินไปโดยไม่จำเป็นไม่ได้ทำให้ผลดีขึ้นเสมอไป และยังเพิ่มความเสี่ยง
เห็นผลเมื่อไหร่: หลายคนรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรกจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ แต่ผลที่ชัดเจนมักค่อย ๆ ปรากฏในช่วง 2–3 เดือน เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น และอาจพัฒนาต่อเนื่องไปถึงราว 3–6 เดือน
อยู่ได้นานแค่ไหน: จากการทบทวนข้อมูลทางวิชาการ ผลของไฮฟู่มักคงอยู่ในช่วงราว 12–24 เดือน โดยมีรายงานว่าผู้เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่ในการศึกษาหนึ่งมีความพึงพอใจต่อความกระชับและริ้วรอยที่ดีขึ้นต่อเนื่องได้ถึง 1 ปี (สัดส่วนความพึงพอใจเพิ่มจากราว 42% ที่ 90 วัน เป็นราว 53% ที่ 360 วัน) ทั้งนี้ผลขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเอง คอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลงตามวัยตามธรรมชาติ หลายคนจึงพิจารณาทำซ้ำเพื่อดูแลต่อเนื่องทุกราว 9–12 เดือน
ดูแลก่อน-หลังทำไฮฟู่อย่างไร
ก่อนทำ:
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และอุปกรณ์/โลหะที่ฝังในร่างกายให้แพทย์ทราบ
- หากใช้ยาในกลุ่มเรตินอยด์หรือสเตียรอยด์ทาบริเวณที่จะทำ อาจต้องหยุดล่วงหน้าตามคำแนะนำของแพทย์ (มักแนะนำราว 2 สัปดาห์)
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนวันทำ
หลังทำ:
- เลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะผิวอาจไวต่อแสงมากขึ้น
- เลี่ยงน้ำร้อนจัด ซาวน่า และการออกกำลังกายหนักในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง เช่น สครับหรือกรดผลัดผิว และเลี่ยงการนวดหน้าหรือกดบริเวณที่ทำในช่วง 2–4 สัปดาห์
- เลือกใช้คลีนเซอร์และมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน หากมีอาการแดงหรือบวม อาจประคบเย็นเพื่อบรรเทา
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ ชา หรือกล้ามเนื้อใบหน้าทำงานผิดปกติ ควรติดต่อสถานพยาบาลที่ทำทันที
ของแท้ vs เครื่องไม่ได้มาตรฐาน
ปัจจุบันมีเครื่องไฮฟู่หลายรุ่นในท้องตลาด ทั้งรุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและที่ไม่ได้มาตรฐาน การเลือกสถานพยาบาลและเครื่องที่เหมาะสมจึงสำคัญต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย โดยควรพิจารณา:
- เครื่องและหัวทรานสดิวเซอร์ (cartridge) เป็นของแท้และได้รับการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
- หัตถการทำโดยแพทย์หรือบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรม ในสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง
- มีการประเมินสภาพผิวและข้อห้ามก่อนทำทุกครั้ง
- หัวยิงและอุปกรณ์สิ้นเปลืองมีการนับจำนวนและไม่หมดอายุ
เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหัวยิงปลอม อาจให้พลังงานไม่สม่ำเสมอ ทำให้ได้ผลไม่เป็นไปตามคาดและเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง หากไม่แน่ใจ สามารถสอบถามรุ่นเครื่องและการรับรองกับสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจได้เสมอ
สรุป
ไฮฟู่ (HIFU) เป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลความกระชับของผิวหน้าและลำคอแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยอาศัยคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงที่ส่งลงถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 2–3 เดือน และอาจคงอยู่ราว 12–24 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญคือการประเมินความเหมาะสมและข้อห้ามโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ พร้อมเลือกเครื่องและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ HIFU ยกกระชับ ของเรา และเปรียบเทียบทางเลือกอื่นได้ที่บทความ Oligio กับ Thermage
หากต้องการปรึกษาว่าไฮฟู่เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ ทีมแพทย์ Onnyx Clinic ยินดีให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ราคาเป็นแบบช่วง โปรดสอบถามรายละเอียดและนัดประเมินผิวได้ทาง LINE @onnyxclinic
แหล่งอ้างอิง
- A Systematic Review of High-Intensity Focused Ultrasound in Skin Tightening and Body Contouring (Aesthetic Surgery Journal, 2025)
- A Systematic Review of the Efficacy of Microfocused Ultrasound for Facial Skin Tightening (PMC)
- Customized Treatment Using Microfocused Ultrasound with Visualization: Pan-Asian Gold Standard Consensus (JCAD)
- Complications and Risks of High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) in Esthetic Procedures: A Review (MDPI Applied Sciences)
- Ultraformer MPT — CLASSYS (ผู้ผลิต)
คำถามที่พบบ่อย
ไฮฟู่กับไฮฟูเขียนต่างกันไหม เป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า +
เป็นหัตถการเดียวกัน คำว่า ไฮฟู่ และ ไฮฟู เป็นการทับศัพท์จากคำว่า HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เหมือนกัน ต่างกันแค่วิธีสะกดภาษาไทย
ไฮฟู่ยกกระชับเห็นผลเมื่อไหร่ +
หลายคนรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรกจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ แต่ผลที่ชัดเจนมักค่อย ๆ ปรากฏในช่วง 2–3 เดือน เมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ทั้งนี้ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ไฮฟู่กี่ช็อตถึงจะเหมาะ +
จำนวนช็อต (จุดยิง/เส้น) ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ สภาพผิว และแผนการรักษาที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล จึงไม่มีตัวเลขตายตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน
ทำไฮฟู่เจ็บไหม +
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ จี๊ด ๆ หรือเสียวลึกเป็นจังหวะตามจุดที่ปล่อยพลังงาน ระดับความรู้สึกต่างกันในแต่ละคนและแต่ละบริเวณ แพทย์อาจปรับระดับพลังงานเพื่อให้รับได้สบายขึ้น
ไฮฟู่อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำบ่อยไหม +
ผลมักคงอยู่ราว 12–24 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเอง หลายคนพิจารณาทำซ้ำเพื่อดูแลต่อเนื่องทุกราว 9–12 เดือน โดยแพทย์จะช่วยวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic
ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005
ทบทวนล่าสุด 28 มิถุนายน 2569
แพทย์ →บทความที่เกี่ยวข้อง
ยกกระชับ ริ้วรอย
ไฮฟู่ กับ Oligio ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
ไฮฟู่ vs Oligio ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบพลังงาน ชั้นผิวที่ลงถึง ความรู้สึกระหว่างทำ การพักฟื้น ราคา และแนวทางเลือกให้เหมาะกับผิวคุณ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ยกกระชับ ริ้วรอย
Oligio คืออะไร เจ็บไหม กี่ช็อตเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
Oligio คืออะไร เจ็บไหม ต้องกี่ช็อตถึงเห็นผล และผลอยู่ได้นานแค่ไหน รวมคำตอบเรื่อง RF ยกกระชับ การดูแลก่อน-หลัง ข้อควรระวัง และราคา โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ยกกระชับ ริ้วรอย
Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบหลักการ ความรู้สึกระหว่างทำ การพักฟื้น และผลลัพธ์ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic