ไฮฟู่ กับ Oligio ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
ไฮฟู่ vs Oligio ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบพลังงาน ชั้นผิวที่ลงถึง ความรู้สึกระหว่างทำ การพักฟื้น ราคา และแนวทางเลือกให้เหมาะกับผิวคุณ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ไฮฟู่ กับ Oligio ต่างกันอย่างไร? ไฮฟู่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัสเป็นจุด ส่งความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS ราว 4.5 มิลลิเมตร ส่วน Oligio ใช้คลื่นวิทยุแบบโมโนโพลาร์ที่ราว 6.78 MHz ให้ความร้อนกระจายทั่วชั้นผิวหนังแท้ประมาณ 2-4 มิลลิเมตร คนละพลังงาน คนละชั้นผิว จึงตอบโจทย์ปัญหาต่างกันและเสริมกันได้
ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร
ไฮฟู่ (HIFU — High-Intensity Focused Ultrasound) คือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงโฟกัสรวมพลังงานไปที่จุดเล็ก ๆ ใต้ผิว ทำให้เกิดความร้อนสูงเฉพาะจุดจนเนื้อเยื่อหดตัวและเกิดกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ จุดความร้อนเหล่านี้เรียกว่า thermal coagulation point โดยผิวชั้นบนสุดไม่ถูกทำลาย เพราะพลังงานถูกโฟกัสข้ามผ่านลงไปที่ระดับความลึกที่ตั้งไว้
หัวทรีตเมนต์ของไฮฟู่มักมีหลายระดับความลึกให้เลือก เช่น 1.5 มิลลิเมตรสำหรับชั้นผิวหนังแท้ตื้น 3.0 มิลลิเมตรสำหรับชั้นผิวหนังแท้ลึกและไขมันบางส่วน และ 4.5 มิลลิเมตรที่สามารถลงถึงชั้น SMAS (superficial musculoaponeurotic system) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่ศัลยแพทย์ใช้อ้างอิงในการดึงหน้า การเข้าถึงชั้นนี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเป็นเหตุผลที่ไฮฟู่ถูกใช้กับความหย่อนคล้อยของโครงหน้า แต่ระดับผลที่ได้ไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า
งานศึกษาเชิงเนื้อเยื่อรายงานว่าอัลตราซาวด์แบบโฟกัสกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทั้งในชั้นผิวหนังแท้และชั้น SMAS ได้ (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ ซึ่งมีทั้งการศึกษาในคนและในสัตว์ทดลอง) ขณะที่ผลต่อชั้นไขมันค่อนข้างจำกัด ในทางปฏิบัติหมายความว่าไฮฟู่เน้นการกระชับและการยกเป็นหลัก ไม่ใช่การสลายไขมัน
คำสะกดในภาษาไทยพบทั้ง “ไฮฟู่” และ “ไฮฟู” ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีเดียวกัน สิ่งที่ควรถามมากกว่าคำสะกดคือรุ่นเครื่อง ระดับความลึกของหัวที่ใช้ และจำนวนช็อตที่จะได้รับ อ่านรายละเอียดเชิงลึกได้ที่ ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร
Oligio คืออะไร
Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุแบบโมโนโพลาร์ (monopolar radiofrequency) จากบริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้ ทำงานที่ความถี่ประมาณ 6.78 MHz โดยส่งพลังงานผ่านหัวทรีตเมนต์ลงไปสร้างความร้อนในชั้นผิวหนังแท้ ความร้อนที่กระจายทั่วพื้นที่นี้กระตุ้นให้คอลลาเจนที่มีอยู่หดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะถัดมา
ต่างจากไฮฟู่ที่โฟกัสพลังงานเป็นจุดลึก คลื่นวิทยุให้ความร้อนแบบปริมาตร (volumetric heating) กระจายในชั้นผิวหนังแท้ที่ระดับประมาณ 2-4 มิลลิเมตร จึงเหมาะกับปัญหาที่กระจายเป็นพื้นที่ เช่น ผิวที่ดูโทรม ผิวหลวมทั่วหน้า ริ้วรอยตื้น และรูขุมขนที่ดูกว้างขึ้นตามอายุ
จุดที่ผู้ผลิตระบุไว้คือระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผิว แรงกด และการสัมผัสของแผ่นนำกลับ (return pad) เพื่อช่วยควบคุมการปล่อยพลังงานให้สม่ำเสมอ พร้อมระบบทำความเย็นที่ผิวและระบบสั่นเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำ มีงานศึกษาที่ประเมินคลื่นวิทยุแบบโมโนโพลาร์สำหรับการกระชับผิวหน้า และรายงานการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงคลินิกและเชิงคุณสมบัติทางกลของผิว โดยระดับการตอบสนองแตกต่างกันตามอายุและสภาพผิวของแต่ละคน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Oligio คืออะไร และถ้าอยากเทียบกับเครื่อง RF อีกตัวที่คุ้นชื่อ ดูได้ที่ Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร
ไฮฟู่ กับ Oligio ต่างกันอย่างไร
ความต่างที่แท้จริงเริ่มจากฟิสิกส์ของพลังงาน ไฮฟู่ใช้คลื่นเสียงโฟกัสเป็นจุดลงชั้นลึก ส่วน Oligio ใช้คลื่นวิทยุกระจายความร้อนเป็นพื้นที่ในชั้นตื้นกว่า ผลที่ตามมาจึงต่างกันทั้งเรื่องปัญหาที่ตอบโจทย์ ความรู้สึกระหว่างทำ และช่วงราคา
ในทางกลไก ไฮฟู่สร้างจุดความร้อนแยกกันโดยเว้นเนื้อเยื่อรอบข้างไว้ ทำให้ได้แรงหดตัวในแนวลึกค่อนข้างชัดในบริเวณที่ยิง ขณะที่ความร้อนแบบกระจายของคลื่นวิทยุครอบคลุมพื้นที่ต่อเนื่องกัน ผลจึงออกมาในเชิงคุณภาพผิวโดยรวมและความยืดหยุ่นของผิว มากกว่าการยกโครงหน้าเป็นจุด
เรื่องความรู้สึกก็ต่างกันชัด ไฮฟู่มักให้ความรู้สึกจิ๊ด ๆ หรือเสียวลึกเป็นจังหวะตามแนวที่ยิง ส่วน Oligio จะรู้สึกร้อนวูบเป็นช็อต ๆ ทั่วบริเวณ ทั้งสองแบบไม่ใช่การผ่าตัด และส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้นเป็นวัน
| หัวข้อ | ไฮฟู่ (HIFU) | Oligio (RF) |
|---|---|---|
| พลังงาน/หลักการ | คลื่นเสียงความถี่สูงโฟกัสเป็นจุด สร้างจุดความร้อนใต้ผิว | คลื่นวิทยุโมโนโพลาร์ ~6.78 MHz ให้ความร้อนกระจายทั่วพื้นที่ |
| ชั้นผิวที่ลงถึง | เลือกได้หลายระดับ ราว 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. ลึกสุดถึงชั้น SMAS | ชั้นผิวหนังแท้เป็นหลัก ประมาณ 2-4 มม. |
| สิ่งที่ตอบโจทย์ | ความหย่อนคล้อยของโครงหน้า เหนียง กรอบหน้า แก้มตก | ผิวโทรม ผิวหลวมทั่วหน้า ริ้วรอยตื้น รูขุมขน ความยืดหยุ่นผิว |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | จิ๊ด ๆ เสียวลึกเป็นจุดตามแนวยิง บางจุดอาจรู้สึกร้าว | ร้อนวูบเป็นช็อต ๆ มีระบบทำความเย็นและระบบสั่นช่วยลดความรู้สึก |
| การพักฟื้น | ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจบวมหรือกดเจ็บเล็กน้อย 2-3 วัน | ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงหรือผิวอุ่นช่วงสั้น ๆ |
| ช่วงที่ผลปรากฏ | ค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงราว 2-6 เดือน ไม่เห็นผลทันที | ค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงราว 2-6 เดือน ไม่เห็นผลทันที |
| ระยะที่ผลอยู่ได้ | โดยทั่วไปราว 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่ถาวร | โดยทั่วไปราว 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่ถาวร |
| ราคาที่คลินิก | 100 shot 1,500 บาท · 400 shot 3,999 บาท · 600 shot 5,500 บาท | 100 shot 6,500 บาท · 200 shot 12,000 บาท · 300 shot 16,000 บาท · 400 shot 20,000 บาท · 600 shot 29,000 บาท |
| ความถี่ | ประมาณปีละ 1-2 ครั้ง ตามการประเมินของแพทย์ | ประมาณปีละ 1-2 ครั้ง ตามการประเมินของแพทย์ |
ทุกแพ็กเกจ Oligio ที่คลินิกจะแถม HIFU ตามจำนวนช็อตที่เลือก เช่น Oligio 100 shot แถม HIFU 100 shot และ Oligio 600 shot แถม HIFU 600 shot จำนวนช็อตที่เหมาะสมกับแต่ละคนขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการดูแลและแผนที่แพทย์ประเมิน ไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดีเสมอไป
เหมาะกับใคร เลือกแบบไหนดี
หลักง่าย ๆ คือดูว่าปัญหาของคุณอยู่ชั้นไหน ถ้าเป็นความหย่อนคล้อยของโครงหน้าชั้นลึก ไฮฟู่มักเป็นทางเลือกที่แพทย์พิจารณาก่อน ถ้าเป็นเรื่องคุณภาพผิวและความหลวมทั่วหน้า คลื่นวิทยุอย่าง Oligio มักเป็นทางเลือกที่แพทย์พิจารณา เพราะทำงานในชั้นผิวหนังแท้เป็นหลัก
กลุ่มที่แพทย์มักพิจารณาไฮฟู่:
- มีเหนียงใต้คางหรือใต้กรามที่เริ่มเห็นชัด
- กรอบหน้าและเส้นกรามดูไม่ชัดเจนเหมือนก่อน
- แก้มและร่องแก้มดูหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง
- ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยชั้นลึกโดยไม่ผ่าตัด
กลุ่มที่แพทย์มักพิจารณา Oligio:
- ผิวดูโทรม ขาดความยืดหยุ่น ผิวหลวมกระจายทั่วหน้า
- ริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผาก หางตา หรือรอบปาก
- รูขุมขนดูกว้างขึ้นและผิวดูไม่เรียบเนียนเท่าเดิม
- อยากดูแลคุณภาพผิวโดยรวมพร้อมกับความกระชับ
ในทางปฏิบัติ หลายคนมีทั้งสองปัญหาปนกัน และอายุ ความหนาของชั้นไขมัน โครงกระดูก รวมถึงประวัติการทำหัตถการอื่นล้วนมีผลต่อการเลือก ในกรณีที่ผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีเนื้อส่วนเกินชัดเจน พลังงานภายนอกอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การประเมินจริงหน้าคลินิกจึงสำคัญกว่าการเลือกจากชื่อเครื่อง
ทำ HIFU กับ Oligio ร่วมกันได้ไหม
ทำร่วมกันได้ในหลายกรณี เพราะพลังงานต่างชนิดลงคนละชั้นผิว การจะทำร่วมกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
แนวคิดคือใช้คลื่นวิทยุดูแลชั้นผิวหนังแท้ให้ผิวดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้นทั่วพื้นที่ ควบคู่กับอัลตราซาวด์แบบโฟกัสที่ลงไปจัดการความหย่อนคล้อยชั้นลึกในตำแหน่งที่ต้องการยก เช่น ใต้คาง แนวกราม หรือแก้มด้านข้าง มีงานศึกษาที่ประเมินการใช้คลื่นวิทยุร่วมกับอัลตราซาวด์แบบโฟกัสในการฟื้นฟูผิว โดยงานศึกษาดังกล่าวรายงานผลของการใช้พลังงานสองชนิดร่วมกันเทียบกับการใช้อย่างเดียวไว้ ทั้งนี้เป็นการศึกษาในเครื่องและพารามิเตอร์ของงานนั้น ไม่ใช่การยืนยันผลกับทุกเครื่องหรือทุกคน (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)
เรื่องลำดับและระยะห่าง แพทย์อาจเลือกทำในวันเดียวกันโดยไล่จากชั้นลึกไปชั้นตื้น หรือเว้นระยะเป็นสัปดาห์เพื่อลดภาระความร้อนต่อผิวในครั้งเดียว ปัจจัยที่ใช้พิจารณามีทั้งความไวของผิว ประวัติการระคายเคือง และความทนต่อความรู้สึก จึงไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
ที่ Onnyx Clinic ทุกแพ็กเกจ Oligio จะแถม HIFU ตามจำนวนช็อตที่เลือก เช่น Oligio 200 shot แถม HIFU 200 shot ทำให้วางแผนดูแลทั้งชั้นลึกและชั้นผิวหนังแท้ไปด้วยกันได้ในคอร์สเดียว โดยแพทย์เป็นผู้กำหนดตำแหน่งและพลังงาน ไม่มีการรับประกันผล และผลที่ได้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำบ่อยไหม
ทั้งไฮฟู กับ Oligio ให้ผลที่ค่อย ๆ ปรากฏ ไม่เห็นผลทันที โดยข้อมูลจากผู้ผลิตและคลินิกโดยทั่วไประบุว่าผลอาจอยู่ได้ราว 1-2 ปีหลังทำ 1 คอร์ส และมักทำซ้ำประมาณปีละ 1-2 ครั้ง
ไทม์ไลน์ที่พบบ่อยคือช่วงแรกหลังทำผิวอาจดูกระชับขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิมและอาการบวมชั่วคราว หลังจากนั้นผลจากคอลลาเจนที่สร้างใหม่จะค่อย ๆ ปรากฏในช่วงประมาณ 2-6 เดือน ซึ่งเป็นระยะที่บางคนอาจเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเส้นกรามหรือความเรียบเนียนของผิว โดยระดับการเปลี่ยนแปลงต่างกันในแต่ละบุคคล และบางคนอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
ระยะที่ผลคงอยู่ขึ้นอยู่กับอายุและอัตราการเสื่อมของคอลลาเจนตามธรรมชาติ การปกป้องผิวจากแสงแดด การสูบบุหรี่ น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลง และพันธุกรรม ผลที่ได้ไม่ถาวร เพราะกระบวนการชราของผิวยังเดินต่อไปตามปกติ การทำซ้ำเป็นระยะจึงเป็นการดูแลต่อเนื่อง โดยแพทย์มักประเมินจากสภาพผิวในแต่ละช่วง และไม่แนะนำให้ทำถี่กว่าที่แพทย์กำหนด เพราะการให้ความร้อนซ้ำในระยะสั้นเกินไปอาจไม่ได้เพิ่มผลและเพิ่มโอกาสระคายเคืองผิว
ใครควรระวัง ก่อน-หลังทำดูแลอย่างไร
ทั้งสองหัตถการเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน มีเงื่อนไขสุขภาพและสภาพผิวบางอย่างที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนเพื่อประเมินความเหมาะสม
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดหรืออาจไม่เหมาะกับหัตถการ:
- ผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งเป็นข้อควรระวังของการทำ RF
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ แผลเปิด ผื่นอักเสบ หรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด ภาวะแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
- ผู้ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งชนิดและช่วงเวลาที่ทำ
- ผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่ม เช่น ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอชนิดรับประทาน หรือยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
ก่อนทำ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยา และผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ และงดการผลัดเซลล์ผิวที่รุนแรงในช่วงก่อนทำตามคำแนะนำ หลังทำ โดยทั่วไปดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่าหรือการอบไอน้ำในช่วงแรก อาจมีรอยแดง ผิวอุ่น บวมเล็กน้อย หรือกดเจ็บได้ในช่วงสั้น ๆ ซึ่งมักทุเลาเอง หากมีอาการผิดปกติหรือไม่ทุเลา ควรกลับไปให้แพทย์ที่คลินิกประเมิน
จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องและหัวทรีตเมนต์เป็นของแท้
วิธีที่ตรงที่สุดคือขอดูรายละเอียดก่อนเริ่มทำ คลินิกที่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมามักตอบคำถามเหล่านี้ได้ทันที
- รุ่นของเครื่องและผู้ผลิต เช่น Oligio จาก Wontech และรุ่นเครื่องไฮฟู่ที่ใช้
- ที่มาของหัวทรีตเมนต์ และการแกะหัวใหม่ต่อหน้าก่อนเริ่มทำ
- จำนวนช็อตที่ระบุในแพ็กเกจ กับจำนวนที่ได้รับจริง รวมถึงช็อตที่แถม
- ระดับความลึกของหัวไฮฟู่ที่ใช้ในแต่ละบริเวณ
- มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและควบคุมการทำ
การถามคำถามเหล่านี้ช่วยให้เปรียบเทียบราคาระหว่างคลินิกได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น เพราะราคาที่ต่างกันมักอธิบายได้ด้วยจำนวนช็อต รุ่นหัวทรีตเมนต์ และผู้ทำหัตถการ
ปรึกษาทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณควรเริ่มจากไฮฟู่ Oligio หรือทำร่วมกัน วิธีที่ตรงที่สุดคือให้แพทย์ประเมินชั้นผิว ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของคุณก่อน แล้ววางแผนจำนวนช็อตและตำแหน่งให้เหมาะกับสภาพผิวจริง ทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ของ Onnyx Clinic ยินดีให้คำปรึกษาและตอบคำถามก่อนตัดสินใจ สอบถามหรือนัดหมายได้ทาง LINE: @onnyxclinic
อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ Oligio ยกกระชับ และ HIFU ยกกระชับ
แหล่งอ้างอิง
- WONTECH — ข้อมูลเครื่อง Oligio RF และ HIFU (ผู้ผลิต): wtlaser-en.com
- Microfocused Ultrasound With Visualization Induces Remodeling of Dermis and SMAS (J Cosmet Dermatol, PMC): pmc.ncbi.nlm.nih.gov
- Micro-Focused Ultrasound Technology for Remodeling of Skin Tissue (PubMed): pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Tightening the Skin of Aged Faces (Cosmetics, MDPI 2024): mdpi.com
- Efficacy of radiofrequency combined with single-dot ultrasound for skin rejuvenation (PMC): pmc.ncbi.nlm.nih.gov
- American Academy of Dermatology — Many ways to firm sagging skin: aad.org
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ไฮฟู่ กับ Oligio อันไหนเหมาะกับคนที่มีเหนียงและกรอบหน้าไม่ชัด +
กรณีที่ความหย่อนคล้อยเกิดจากเนื้อเยื่อชั้นลึก เช่น เหนียงใต้คาง หรือกรอบหน้าที่ดูไม่ชัดเจน แพทย์มักพิจารณาไฮฟู่เป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสสามารถลงถึงชั้น SMAS ได้ ทั้งนี้ต้องประเมินความหนาของไขมันและระดับความหย่อนคล้อยจริงก่อน เพราะบางกรณีอาจต้องใช้แนวทางอื่นร่วมด้วย
ผิวโทรม รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยตื้น ควรเลือกอันไหน +
กลุ่มปัญหาที่อยู่ในชั้นผิวหนังแท้ เช่น ผิวดูโทรม ผิวหลวมทั่วหน้า ริ้วรอยตื้น และรูขุมขนที่ดูกว้างขึ้นตามอายุ มักเป็นเป้าหมายของความร้อนแบบกระจายจากคลื่นวิทยุอย่าง Oligio เพราะให้ความร้อนครอบคลุมพื้นที่ ต่างจากอัลตราซาวด์ที่โฟกัสเป็นจุดลึก ทั้งสองแบบทำงานคนละชั้นผิว จึงไม่มีแบบใดเหมาะกับทุกคน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ทำไฮฟู่ กับ Oligio ในวันเดียวกันได้ไหม +
หลายคลินิกรวมถึงงานศึกษาบางชิ้นมีการใช้อัลตราซาวด์แบบโฟกัสร่วมกับคลื่นวิทยุในการดูแลผิว เนื่องจากทำงานคนละชั้น การทำในวันเดียวกันหรือเว้นระยะจึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ สภาพผิว และความทนต่อความร้อนของแต่ละคน ไม่ควรตัดสินใจเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ทำแล้วเจ็บไหม ต่างกันอย่างไร +
ไฮฟู่มักให้ความรู้สึกจิ๊ด ๆ หรือเสียวลึกเป็นจุดตามแนวที่ยิง บางคนรู้สึกร้าวถึงกระดูกในบางตำแหน่ง ขณะที่ Oligio จะรู้สึกร้อนวูบเป็นช็อต ๆ ทั่วพื้นที่ โดยมีระบบทำความเย็นและระบบสั่นช่วยลดความรู้สึก ความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และแพทย์สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับความทนของแต่ละคนได้
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำบ่อยไหม +
ข้อมูลจากผู้ผลิตและคลินิกโดยทั่วไประบุว่าผลอาจอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปีหลังทำ 1 คอร์ส โดยผลจะค่อย ๆ ปรากฏในช่วงราว 2-6 เดือน ความถี่ที่ทำซ้ำมักอยู่ที่ปีละ 1-2 ครั้งตามการประเมินของแพทย์ ไม่มีการรับประกันผล และผลที่ได้ไม่ถาวร
ราคาไฮฟู่ กับ Oligio ที่ Onnyx Clinic เท่าไหร่ +
ไฮฟู่มีให้เลือกที่ 100 shot 1,500 บาท, 400 shot 3,999 บาท และ 600 shot 5,500 บาท ส่วน Oligio เริ่มที่ 100 shot 6,500 บาท ไปจนถึง 600 shot 29,000 บาท โดยทุกแพ็กเกจ Oligio แถม HIFU ตามจำนวนช็อตที่เลือก เช่น Oligio 100 shot แถม HIFU 100 shot สอบถามรายละเอียดได้ทาง LINE: @onnyxclinic
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ Onnyx Clinic
ตรวจทานโดยแพทย์ พญ. จันธิดา กล้วยจำนงค์ · แพทย์ผู้ดูแล Onnyx Clinic · ว.74005
ทบทวนล่าสุด 25 กรกฎาคม 2569
แพทย์ →บทความที่เกี่ยวข้อง
ยกกระชับ ริ้วรอย
Oligio คืออะไร เจ็บไหม กี่ช็อตเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
Oligio คืออะไร เจ็บไหม ต้องกี่ช็อตถึงเห็นผล และผลอยู่ได้นานแค่ไหน รวมคำตอบเรื่อง RF ยกกระชับ การดูแลก่อน-หลัง ข้อควรระวัง และราคา โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ยกกระชับ ริ้วรอย
ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร ยกกระชับได้จริงไหม ดูแลยังไง
ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร เหมาะกับใคร เจ็บไหม อยู่ได้นานแค่ไหน และดูแลหลังทำ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic
ยกกระชับ ริ้วรอย
Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบหลักการ ความรู้สึกระหว่างทำ การพักฟื้น และผลลัพธ์ โดยทีมแพทย์ Onnyx Clinic